
กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมประชุมคณะทำงานคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย ปี พ.ศ. 2569 (OTOP Product Champion : OPC) ครั้งที่ 1/2569
วันพุธที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 11.00 น. นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานดำเนินการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย ปี พ.ศ. 2569 (OTOP Product Champion : OPC) ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุม 304 กรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานคัดสรร สุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทยในปีนี้ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐาน โดยการประชุมฯ ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะทำงานในการประชุม พร้อมด้วยคณะทำงานฯ เข้าร่วมทั้งในที่ประชุมและผ่านระบบ Zoom Meeting
กรมการพัฒนาชุมชน ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ (กอ.นตผ.) ให้รับผิดชอบดำเนินการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย (OTOP Product Champion) เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้ผลิตภัณฑ์ OTOP ได้มีโอกาสพัฒนาให้มีคุณภาพมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับแก่บุคคลทั่วไป จนสามารถใช้เป็นแหล่งสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้กับชุมชน อีกทั้งเป็นการกระตุ้นให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และชุมชนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้มีมาตรฐานในระดับสากล โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคี ทั้งภาครัฐ และสถาบันการศึกษา ร่วมเป็นคณะทำงานในการตรวจคัดสรรผลิตภัณฑ์ทั้ง 5 ประเภท ได้แก่ ประเภทอาหาร ประเภทเครื่องดื่ม ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย ประเภทของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก และประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร
การประชุมคณะทำงานฯ ในครั้งนี้ มุ่งเน้นการรับทราบภาพรวมการดำเนินงานคัดสรร OPC ในปี 2569 อาทิ ข้อมูลการรับลงทะเบียนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP วัตถุประสงค์และกรอบการคัดสรร คุณสมบัติของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และผลิตภัณฑ์ OTOP ที่จะสมัคร รวมถึงแผนการดำเนินงานตลอดปีงบประมาณ เพื่อให้การคัดสรรผลิตภัณฑ์ OTOP เป็นไปอย่างโปร่งใส รอบคอบ และเชื่อมโยงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่มาตรฐานที่ตลาดยอมรับ โดยคาดว่าในปีนี้จะมีผลิตภัณฑ์ที่เข้ารับการคัดสรรฯ กว่า 17,383 ผลิตภัณฑ์
กรมการพัฒนาชุมชน พร้อมเดินหน้าบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และผลิตภัณฑ์ OTOP ของไทย ให้มีมาตรฐานสู่สากล สร้างรายได้ให้ชุมชน และเสริมความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน