ประวัติความเป็นมาอำเภอทุ่งช้าง

         อำเภอทุ่งช้าง  ใน อดีตมีฐานะเป็นแขวง เรียกว่าแขวงขุนน่าน ผู้ครองแขวงชื่อเจ้า พรม ณ น่าน ปกครองแขวงขุนน่าน ระหว่างปี พ.ศ. 2442 - 2446  และต่อมาได้รับ การยกฐานะเป็นอำเภอ มีชื่อว่าอำเภอและ    โดยมีอาคารที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่ ที่บ้านเฟือยลุง  ม.9  ต.และ  ต่อมาได้ย้ายอาคารที่ว่าการอำเภอมาตั้ง ใหม่  ซึ่งหากจากเดิม 2 กม. เมื่อปี พ.ศ. 2504  ซึ่งอยู่ในเขตบ้านทุ่ง ช้าง ม.2  ต.ทุ่งช้าง  จึงได้เปลี่ยนชื่อ            มาเป็นอำเภอทุ่งช้าง
         อำเภอทุ่งช้าง  มีประวัติศาสตร์การสู้รบที่ยางนาน  คือสงครามอันเนื่องมาจาก ความแตกต่างทางความทางคิด  อุดมการณ์  ลัทธิการปกครอง  ผู้ก่อการร้าย คอมมิวนิสต์ที่แทรกซึมเพื่อหวังทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตย  อันมีพระ มหากษัตริย์เป็นประมุข  เริ่มปฏิบัติการตั้งแต่ พ.ศ. 2506  ทวีความรุนแรง ตั้งแต่ พ.ศ.2513  จนถึง  พ.ศ. 2518  ชาวไทยที่รักชาติต้องพลีชีพปกป้องผืน แผ่นดินไทยมากมายถึง 600 กว่าคน  ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ปัจจุบันชาวทุ่ง ช้างมีวิถีชีวิตที่สุขสงบท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่นสวยงาม อากาศ บริสุทธิ์ ผู้คนมีอัทธยาศัยไมตรี  ราษฎรมีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก  ถึงแม้จะประกอบด้วยราษฎรหลากหลายเผ่าพันธ์ เช่น ไทยเหนือ  ไทลื้อ ม้ง ขมุ ลัว ะ เย้า ถิ่น แต่ชนทุกเผ่าก็อยู่อาศัยร่วมกันในผืนดินนี้อย่างสุขสงบ ไม่เคย มีปัญหาด้านการปกครอง

อำเภอทุ่งช้าง  แบ่งการปกครองออกเป็น  ๔ ตำบล ๔๐ หมู่บ้าน  ดังนี้                      
๑.  ตำบลทุ่งช้าง ๗   หมู่บ้าน   
๒.  ตำบลและ   ๑๔  หมู่บ้าน  
๓.  ตำบลงอบ    ๑๑ หมู่บ้าน  
๔.  ตำบลปอน  ๘ หมู่บ้าน     

สถานที่สำคัญและสถานที่ท่องเที่ยว
อนุสาวรีย์วีรกรรม พลเรือน ตำรวจ ทหาร และ พิพิธภัณฑ์ทหารทุ่งช้าง สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงวีรชน ผู้พลีชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดและวางพวงมาลา เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๙ จึงถือเอาวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันวางพวงมาลา และบำเพ็ญกุศลแก่วีรชน สืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๑๐๘๐ สายน่าน-ทุ่งช้าง หลักกิโลเมตรที่ ๘๔ และ พิพิธภัณฑ์ทหารทุ่งช้าง จัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ของทหารให้ศึกษาหาความรู้
โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคง (พมพ.) บ้านมณีพฤกษ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางเกษตร มีโครงการทดลองปลูกผลไม้เมืองหนาว สามารถไปแวะชมได้ นอกจากนั้นยังมีดอกเสี้ยวขาวซึ่งเป็นดอกไม้ประจำจังหวัด ต้นนางพญาเสือโคร่ง บริเวณโครงการเป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง และ เผ่าลั๊วะ สิ่งที่น่าสนใจคือโครงการนี้ ตั้งอยู่บนเทือกดอยภูคาจึงพบต้นชมพูภูคาอยู่หลายกลุ่มแต่ต้นที่สมบูรณ์และ นักท่องเที่ยวเข้าไปชมได้อยู่ห่างจากศูนย์ฯ บริการนักท่องเที่ยว ๓-๔ กิโลเมตร รถเข้าถึงปากทาง จากนั้นต้องเดินเข้าไปอีกประมาณ ๓๐ เมตร
สถานที่น่าสนในบริเวณบ้านมณีพฤกษ์ ได้แก่
ถ้ำผาผึ้ง อยู่ระหว่าง เส้นทางไปหมู่บ้านมณีพฤกษ์ ๑ ห่างจากสำนักงาน พมพ. ประมาณ ๑ กิโลเมตร ห่างจากจากถนน ๑๐๐ เมตร สภาพป่าระหว่างเส้นทางที่เดินเข้าไปยังสมบูรณ์มาก เป็นป่าดิบ มีต้นเต่าร้างขึ้นอยู่ตลอดทาง ปากถ้ำผาผึ้งกว้างประมาณ ๔๐ เมตร สูงประมาณ ๒๐ เมตร ต้องเดินลงไปอีก ๒๕ เมตรจึงถึงพื้นถ้ำ ช่วงต้นของถ้ำจะเป็นโถงขนาดใหญ่มากสูงประมาณ ๒๐ เมตร จะมีน้ำย้อยไหลลงมาจากเพดานถ้ำตลอด จนเกิดเป็นชั้นหิน มองดูเหมือนน้ำตก ไหลต่อลงไปเรื่อย ๆ และยังมีหินย้อยที่สวยงาม เดินเข้าไปข้างในจนสุดถ้ำเป็นระยะทางประมาณ ๔๐๐ เมตร ยังมีอากาศหายใจอยู่ บริเวณปลายถ้ำจะมีช่องซึ่งกว้างประมาณ ๒๐-๓๐ เซนติเมตร ภายใต้ช่องจะได้ยินเสียงน้ำไหลผ่านลึกลงไปอีกซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกมาก ในสมัยก่อนถ้ำผาผึ้งแห่งนี้ ใช้เป็นที่หลบภัยของชาวบ้าน สามารถจุคนได้หลายร้อยคน
ดอยผาผึ้ง อยู่บริเวณหมู่บ้านมณีพฤกษ์ ๓ เป็นภูเขาหินปูนสูงจากระดับน้ำทะเล ๑,๖๐๐ เมตร ซึ่งไม่มีต้นไม้ใหญ่มากนัก ส่วนมากจะเป็นทุ่งหญ้าคา มีลักษณะเหมือนดอยภูแว สามารถชมบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้อย่างสวยงาม ชมทัศนียภาพของอำเภอบ่อเกลือ อีกทั้งยังสามารถเห็นสันดอยภูแวและดอยช่อได้ จากปากทางต้องเดินเท้า ๒๐ นาทีเลาะไปตามไหล่เขาเป็นธรรมชาติที่งดงาม
   นอกจากนี้ยังมี จุดชมวิวภูหัวล้าน สามารถมองเห็นอำเภอต่าง ๆได้แก่ เชียงกลาง ทุ่งช้าง เฉลิมพระเกียรติ ถ้ำภูหัวล้าน เป็นถ้ำที่ใช้อยู่กินของทหารไทยสมัยก่อนอยู่บริเวณใกล้ ๆ ฐานปฏิบัติการ
การเดินทางไปยังสำนักงาน พมพ. ไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๘๐ จากบ้านนาหนุน กม.ที่ ๗๗-๗๘ แยกขวาเข้าเส้นทางสู่บ้านมณีพฤกษ์ สภาพเส้นทางเป็นทางลาดชันคดเคี้ยวตามไหล่เขา เป็นทางลูกรังสลับลาดยาง ควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อสภาพดี ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๒ ชั่วโมง
ต้นชมพูภูคา บ้านมณีพฤกษ์ ตำบลงอบ
ถ้ำผาแดง อยู่ที่บ้านมณีพฤกษ์ หมู่ที่ 11 ตำบล ในอดีตเป็นฐานที่ตั้งและที่หลบภัยของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่ได้เปรียบ ทางยุทธศาสตร์ ลักษณะเป็นภูเขาสูง และป่าทึบ อากาศขึ้นหนาวเย็นมากในช่วงฤดูหนาว ปัจจุบันสภาพป่ายังเหมือนสมัยที่มีการสู้รบ เนื่องจากยังไม่มีการพัฒนา ภายในถ้ำยังปรากฏร่องรอยของที่พัก เตียงนอนของทหารป่า เตียงนอนคนไข้ บางเตียงยังอยู่ในสภาพ ที่ใช้ได้ หลุมที่ฝังซ่อนอาวุธ เศษถาดอาหาร(ถาดหลุม)และเครื่องใช้การเดินทางท่องเที่ยวต้องเดินเท้าประมาณ 3 ชั่วโมง ลัดเลาะ ตามเนินเขาซึ่งจะได้ชมความสวยงามของธรรมชาติ พันธุ์ไม้และสัตว์ป่าต่าง ๆ บ้านของชาวเขาเผ่าม้ง ที่อาศัยอยู่ อย่างธรรมชาติ กลางหุบเขา

(Visited 5,046 times, 6 visits today)