ข้อมูลทั่วไปอำเภอท่าอุเทน

  1. ประวัติความเป็นมาอำเภอท่าอุเทน

ชาวเมืองท่าอุเทน  เดิมมีถิ่นฐานอยู่ที่เมืองหงสาวดี   แขวงไชยบุรี  ดินแดนลาวในปัจจุบัน

พ.ศ. 2351   หัวหน้าชาวไทยญ้อ ชื่อ ท้าวหม้อและภรรยาชื่อนางสุนันทา   ได้รวบรวมผู้คนมาสร้างเมืองใหม่ชื่อเมือง “ไชยสุทธิ์อุตตมบุรี” (ปัจจุบัน คือ ตำบลไชยบุรี  อำเภอท่าอุเทน)   เจ้าผู้ครองนครเวียง-จันทร์ได้ตั้งให้ท้าวหม้อเป็นพระยาหงสาวดีและท้าวเล็กน้องชายท้าวหม้อเป็นอุปฮาดวังหน้า   ท้าวหม้อมีบุตรชายคนโตชื่อท้าวโสม

พ.ศ. 2357  ได้สร้างวัดศรีสุนันทามหาอาราม  ต่อมาเรียกว่า วัดไตรภูมิ  ซึ่งได้พบหลักศิลาจารึกในวัดนี้   แปลออกมาได้ความว่า พระศาสนาพุทธเจ้าล่วงลับไปแล้ว 2357 พรรษา   พระเจ้าหงสาวดี  ทั้งสองพี่น้องได้มาตั้งเมืองในที่นี่ว่า  ไชยสุทธิ์อุตตมบุรี  ในปี จอ ฉศก ตรงกับ ปีกาบเล็ด  ในเดือน 4 แรม 11 ค่ำ  วันอังคาร

ภายนอกมีอาญาเจ้าวังหน้าเสนาอำมาตย์สิบร้อยน้อยใหญ่  ภายในมีเจ้าครูพุทธา  และเจ้าซาดวงแก้ว  เจ้าซาบา   เจ้าซาสา  เจ้าสีธัมมา    เจ้าสมเด็จพุทธาและพระสงฆ์สามเณรทุกพระองค์พร้อมกันมักใคร่ตั้งใจไว้ยังพุทธศาสนาจึงให้นามวัดนี้ว่า “วัดศรีสุนันทามหาอาราม”   ตามพุทธบัญญัติสมเด็จพระพุทธองค์จึ่งมีจิตตั้งไว้ในพระพุทธศาสนา   สำเร็จในปีกดสี  เดือน 5 เพ็ญวันจันทร์  มื้อฮวงมด   ขอให้ตามคำมักคำปรารถนาแห่งฝูงเข้าทั้งหลายเทอญ

พ.ศ. 2369  เจ้าอนุวงศ์เป็นขบถต่อกรุงเทพฯ ได้กวาดต้อนผู้คนไปอยู่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง  ตั้งเมืองใหม่ชื่อ  เมืองหลวงปุงเลง หรือ ปุงเลิง  ทิ้งเมืองไชยสุทธิ์อุตตมบุรีเป้นเมืองร้าง   ต่อมาได้สวามิภักดิ์ต่อเจ้าแผ่นดินญวน คือ เจ้าฟ้าสามกวนหลวง  จึงแต่งตั้งให้ท้าวพระปทุมเป็นเจ้าเมืองปุงเลงแทน  และให้ท้าวจารย์ญาเป็นอุปฮาด   ท้าวจันทร์ศรีสุราช(โสม) เป็นราชวงศ์  และท้าวปุเป็นราชบุตร

พ.ศ. 2373  พระยาบดินทร์เดชา  (สิงห์  สิงหเสนี)  แม่ทัพไทยยกทัพมาปราบขบถเจ้าอนุวงศ์   ให้

พระยาวิชิตสงครามตั้งทัพอยู่ที่นครพนม   ให้ราชวงศ์(แสน) จากเมืองเขมราช  ท้าวขัตติยะ   กรมการเมืองอุบลราชธานี   และท้าวสีลา   คุมไพร่พลไปตั้งอยู่เมืองไชยสุทธิ์อุตตมบุรีซึ่งเป็นเมืองร้าง   เมื่อปราบขบถจนราบคาบแล้วเจ้าพระยาบดินทร์เดชาจึงได้ขอปูนบำเหน็จให้ราชวงศ์(แสน)     เป็นพระยาไชยราชวงษา  ครองเมืองไชยบุรี (เมืองไชยสุทธิ์อุตตมบุรี)

พ.ศ. 2376   พระยามหาอำมาตย์(ป้อม   อมาตยกุล)  เป็นแม่ทัพตั้งอยู่ ณ เมืองนครพนมอีกครั้งหนึ่ง   ได้ไปกวาดต้อนผู้คนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง อันมีกลุ่มของชาติพันธุ์ต่าง ๆ เช่น  ผู้ไท , ข่า , โซ่ , กะเลิง , แสก , ญ้อ และโย้ย   ให้มาตั้งถิ่นฐานทางฝั่งขวาแม่น้ำโขง   เพื่อมิให้เป็นกำลังแก่เจ้าอนุวงศ์ และญวน   และได้เกลี้ยกล่อมชาวเมืองหลวงปุเลง ซึ่งเป็นไทญ้อให้กลับมาด้วย

โดยมีถิ่นฐานที่บ้านท่าอุเทนริมฝั่งขวาแม่น้ำโขงเป็นที่ตั้งเมืองใหม่   ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 3  มี

พระราชโองการโปรดเกล้าให้แต่งตั้งให้ท้าวปทุม  เจ้าเมืองปุเลงเป็นพระศรีวรราช   เจ้าเมืองท่าอุเทนคนแรก

ต้นตระกูลกิติศรีวรพันธุ์

พ.ศ. 2409   พระศรีวรราช (ท้าวปทุม) ถึงแก่กรรมลง พ.ศ. 2411  ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งให้พระจำเริญพลรบ (เจ้าดวงจันทร์)  เป็นพระศรีวรราชคนต่อไปอยู่ได้อีก 1 ปี  จึงกราบถวายบังคมทูลลาออกจากราชการ  เนื่องจากมีความผิดหลายเรื่อง

พ.ศ. 2413  ในรัชกาลที่ 5 ได้โปรดแต่งตั้งให้ราชบุตร (พรหมา) เป้นพระศรีวรราช   เจ้าเมืองท่าอุเทน

อยู่ได้ 4 ปี ก็ถึงแก่กรรม

พ.ศ. 2442   กระทรวงมหาดไทย  ประกาศใช้ข้อบังคับลักษณะการปกครองหังเมืองให้ยุบเลิกตำแหน่งเจ้าเมืองอุปฮาด  ราชวงศ์  ราชบุตร  และกรมการเมืองแบบเก่า ให้เป็น ผู้ว่าราชการเมือง  ปลัดเมืองศาลเมืองแทน

พ.ศ. 2450  ยุบเมืองท่าอุเทนเป็นอำเภอท่าอุเทน  ขึ้นกับนครพนมและแต่งตั้งให้ขุนศุภกิจ- จำนงค์

(จันทิมา   พลเดชา)   ข้าหลวงประจำเมือง  เป็นนายอำเภอคนแรก

 

                                                **************************************

 

 

 

 

 

การปกครองส่วนภูมิภาค

อำเภอท่าอุเทนแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 9 ตำบล 111 หมู่บ้าน ได้แก่

1. ท่าอุเทน   (Tha Uthen)   7 หมู่บ้าน             6. พะทาย   (Phathai)   10 หมู่บ้าน
2. โนนตาล   (Non Tan)   15 หมู่บ้าน             7. เวินพระบาท   (Woen Phra Bat)   10 หมู่บ้าน
3. ท่าจำปา   (Tha Champa)   16 หมู่บ้าน             8. รามราช   (Ram Rat)   17 หมู่บ้าน
4. ไชยบุรี   (Chai Buri)   17 หมู่บ้าน             9. หนองเทา   (Nong Thao)   8 หมู่บ้าน
5. พนอม   (Phanom)   11 หมู่บ้าน  

การปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้องที่อำเภอท่าอุเทนประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 9 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลท่าอุเทน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลท่าอุเทนทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลเวินพระบาท ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเวินพระบาททั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโนนตาล ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโนนตาลทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลท่าจำปา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลท่าจำปาทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลไชยบุรี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลไชยบุรีทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลพนอม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลพนอมทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลพะทาย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลพะทายทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลรามราช ครอบคลุมพื้นที่ตำบลรามราชทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองเทา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองเทาทั้งตำบล

อาณาเขตติดต่อ

ทิศเหนือ                ติดต่อกับอำเภอศรีสงครามและอำเภอบ้านแพง

ทิศใต้                      ติดต่อกับอำเภอเมืองนครพนม

ทิศตะวันออก       จดแม่น้ำโขง  ติดต่อกับเมืองหินบูน   แขวงคำม่วนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ทิศตะวันตก          ติดต่อกับอำเภอโพนสวรรค์และอำเภอศรีสงคราม  จังหวัดนครพนม

 

 

พระธาตุท่าอุเทน

พระธาตุมีลักษณะเป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม สูง 33 วา จำลองแบบมาจากพระธาตุพนมองค์เดิม แต่มีขนาดเล็กกว่า เรือนธาตุมีสองชั้นลดหลั่นกันขึ้นไป แต่ละชั้นมีซุ้มประตูหลอกทั้งสี่ทิศ เหนือซุ้มประตูมีทับหลังเป็นปูนปั้นลายดอกบัวบาน รูปบุคคล และสัตว์ต่าง ๆ โดยมีลายพรรณพฤกษาเป็นพื้นหลัง ตามกรอบซุ้มประตูบนเรือนธาตุก็มีลายพรรณพฤกษาประดับอยู่เช่นกันภายในองค์ธาตุเป็นอุโมงค์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งพระอาจารย์สีทัตถ์ได้อัญเชิญมาจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า นอก จากนี้ยังมีพระพุทธรูปทองคำและของมีค่าอื่น ๆ ที่ผู้ศรัทธานำมาถวาย บรรจุไว้ในองค์ธาตุด้วยบนกำแพงแก้วรอบองค์ธาตุมีประติมากรรมปูนปั้นฝีมือของพระอาจารย์สีทัตถ์ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสุภาษิตคำพังเพยพื้นบ้าน ตลอดจนการจำลองนรก-สวรรค์

เป็นพระธาตุที่ศักดิ์สิทธิ์และมีความสำคัญของชาวนครพนมอีกแห่งหนึ่ง องค์พระธาตุมีลวดลายปูนปั้นที่สวยงาม ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุจากพม่า พระธาตุท่าอุเทนเป็นพระธาตุประจำวันศุกร์

พระธาตุท่าอุเทนพระธาตุมีลักษณะเป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม สูง 33 วา จำลองแบบมาจากพระธาตุพนมองค์เดิม แต่มีขนาดเล็กกว่า

(Visited 3,233 times, 1 visits today)