ประวัติความเป็นมา

ประวัติความเป็นมาของอำเภอท่าศาลา

ประวัติความเป็นมาของอำเภอท่าศาลา

 ท่าศาลาเป็นชุมชนเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช  มีประวัติการ สร้างบ้านแปงเมืองมายาวนาน  เคยเป็นชุมชนโบราณที่อายุกว่า 1,000 ปี  โดยเฉพาะชุมชนโบราณที่ตำบลโมคลานมีอายุเก่าแก่    ถึงกับมีคำกลอนบทหนึ่งที่บ่งบอกความเป็นชุมชนโบราณมานานว่า “ ตั้งดินตั้งฟ้า ตั้งหญ้าเข็ดมอน   โมคลานตั้งก่อน เมืองคอนตั้งหลัง”

ไม่มีประวัติศาสตร์โดยตรงของอำเภอนี้   แต่มีประวัติเกี่ยวโยงกับตำนานและประวัติความเป็นมาของเมืองนครศรีธรรมราช ปรากฏตามตำนานเมืองนครศรีธรรมราช  ตอนหนึ่งว่า เมื่อครั้งที่สิ้นราชวงศ์  ศรีธรรมาโศกราช  (ปทุมวงศ์) แล้วนครศรีธรรมราชกลายเป็นเมืองร้างอยู่ระยะหนึ่ง กรุงศรีอยุธยาจึงส่ง              พระพนมวังและนางสะเดียงทองมาครองเมืองนครศรีธรรมราชแทน พระพนมวังจึงได้เกณฑ์ผู้คนเท่าที่มีอยู่              ไปสร้างป่าเป็นนาขึ้นหลายแห่ง รวมทั้งในท้องที่อำเภอท่าศาลาปัจจุบัน ดังข้อความในตำนานเมืองนครศรีธรรมราชที่ว่า  “ให้นายสามบุรีรัด นายพรฤไชย  นายสีวังไส  เอาคนไปสร้างป่าเป็นนาตำบลยิง                          (บ้านมะยิงปัจจุบัน) ปลดต่อพนังตรา ให้นายศรีเมือง  นายปรัญญารัด เอาคนไปสร้างป่าเป็นนา ตำบลหนอง               ไม้ไผ่  นาลึก  คลองกระโดน....”  จากข้อความข้างต้นแสดงให้เห็นว่าในช่วงกรุงศรีอยุธยามีการสร้างบ้านแปงเมืองขึ้น ในท้องที่บ้านยิง  (หรือบ้านมะยิง)  บ้านพนังตรา (วัดนางตรา)  บ้านทุ่งกระโดน บ้านทุ่งหนองไผ่                  (ตำบลท่าขึ้น) แล้ว

ล่วงถึง พ.ศ. 2354  สมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  ทำเนียบข้าราชการเมืองนครศรีธรรมราช ได้ระบุนายที่ไว้หลายคน ปกครองหลายตำบล  คือ ที่ตำบลไทยบุรี มีออกหลวงไทยบุรี                      ศรีมหาสงคราม  ศักดินา 1,200 ไร่  เป็นนายที่  ขุนราชบุรีเป็นรอง ถือศักดินา 400 ไร่ หมื่นเทพบุรีกับหมื่นบานบุรี   เป็นสมุห์บัญชีถือศักดินา 200 ไร่ หมื่นสิทธิ์เป็นสารวัตร ถือศักดินา  200 ไร่ ตำบลนบพิตำ                    มีขุนเดชธานี  ศักดินา  400 ไร่ เป็นนายที่หมื่นหาญเป็นรอง  ถือศักดินา 300 ไร่ หมื่นจบบุรีเป็นสมุห์บัญชี               ถือศักดินา 200 ,ไร่ ตำบลกลายมีขุนพิชัยธานีศรีสงคราม  ศักดินา 600 ไร่ เป็นนายที่  หมื่นราชบุรีเป็นรอง                 ถือศักดินา 300ไร่ หมื่นรักษาบุรีกับหมื่นอินศรีเป็นสมุห์บัญชี  ถือศักดินา 200 ,ไร่ ตำบลร่อนกะหรอ                        มีขุนไชยบุรี  ศักดินา 400 ไร่  เป็นนายที่ หมื่นศักดิ์บุรี  เป็นรอง  ถือศักดินา 300 ไร่ หมื่นจงบุรีเป็นสมุห์บัญชี  ถือศักดินา  200,ไร่  ตำบลโมคลาน  มีขุนสัณห์ธานี  ศักดินา 400 ไร่  เป็นนายที่  หมื่นชลบุรีเป็นรอง                     ถือศักดินา  300 ไร่  ตำบลเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอท่าศาลา  แสดงให้เห็นว่าความเป็นชุมชนใหญ่               มาเป็นเวลานานแล้ว   บรรดานายที่เหล่านี้ปรากฏว่าที่ไทยบุรีเป็นแขวงใหญ่กว่าที่อื่น  นายที่มีตราประจำตำแหน่งเป็นรูปโค  เครื่องยศมีช้างพลาย 1 จำลอง 1 ทวน 2 นวม 3 แหลน  20 ปืนนกสับ หลังช้าง                       1 กระบอก  ปืนนกสับเชลยศักดิ์  6 กระบอก  ปืนกระสุนนิ้ว  กึ่งเชลยศักด์  1 กระบอก หอกเขต 15 ทวนเท้า  6  และได้รับผลพระราชทานไพร่เลว  ที่ไทยบุรีและได้พิจารณาความต่ำแสนซึ่งราษฎรฟ้องร้องแก่กันบรรจบราชการได้เรียกส่วยอาการในที่   ได้รับพระราชทานคำนับฤชาภาษีส่วย  มีกรมการ คือ  ขุนราชบุรีเป็นรอง              นายที่หมื่นเทพบุรี เป็นสมุห์บัญชี  หมื่นบานบุรีเป็นสมุห์บัญชี  หมื่นสิทธิสารวัด  เป็นสารวัตรเมืองท่าสูง เมืองเพชรชลธี  ขึ้นไทยบุรีและบ้านเปียน บ้านปากลง  บ้านกรุงนาง  ซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขา  ตำบลนบพิตำ  ชาวบ้านได้หนีศักดิ์ (หนีทหาร)  ครั้งราชกาลที่ 2 เข้าไปตั้งบ้านเรือนหลบซ่อนอยู่บัดนี้ กลายเป็นหมู่บ้าน และตำบลนบพิตำ

เมื่อครั้งแผ่นดินรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  แขกเมืองไทยบุรี  เป็นขบถตั้งแข็งเมือง              เจ้าเมืองนครต้องยกทัพออกไปทำการปราบปราม  ออกหลวงไทยบุรีศรีมหาสงคราม  นายที่ไทยบุรี  ได้ยกกองทัพไปช่วยเจ้าเมืองนครทำการปราบปรามด้วย เดินทัพจากไทยบุรีไปยังเมืองนครศรีธรรมราช ทางที่ออกหลวงไทยบุรีเดินทัพนี้  ต่อมาชาวบ้านเรียกว่า  ทางทัพหลวงไทย  เป็นทางด่านสาธารณะกั้นเขตแดนระหว่างตำบลไทยบุรี  กับตำบลกะหรอในปัจจุบัน

นอกจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ความเป็นมาดังกล่าวข้างต้น อาจทราบได้จากโบราณสถาน  วัดวาอารามต่างๆ  ในท้องที่  เช่น  วัดนางตรา  และวัดโมคลาน  ซึ่งเป็นวัตถุโบราณ

นักโบราณคดีประมาณอายุว่าสร้างในราว  พ.ศ.  1400-1800  ต่อมากลายเป็นวัดร้าง เนื่องจากหนีภัยสงคราม  เมื่อครั้งพม่ามาตีเมืองนครศรีธรรมราช  ครั้งรัชกาลที่ 1  เพราะที่ตั้งวัดอยู่ใกล้เส้นทางเดินทัพพม่า

ครั้นถึง พ.ศ. 2440  สมัยรัชกาลที่  5  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  ทางราชการได้จัดระเบียบการปกครองส่วนท้องที่ของเมืองนครศรีธรรมราชเสียใหม่   ตามพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองส่วนท้องที่                ร.ศ. 116  โดยแบ่งเขตปกครองนครศรีธรรมราชออกเป็น  9  อำเภอ  คือ  อำเภอกลางเมือง  อำเภอเบี้ยชัด   อำเภอร่อนพิบูลย์  อำเภอสิชล  อำเภอลำพูน  อำเภอฉวาง  อำเภอทุ่งสง  อำเภอเขาพังไกร  และอำเภอกลาย                    (อำเภอท่าศาลา  ซึ่งในครั้งนั้นเรียกว่า “ อำเภอกลาย”)

อำเภอกลายในสมัยแรกตั้ง  คือ  พ.ศ. 2440  นั้น  ประกอบด้วย  10  ตำบล  ได้แก่  ไทยบุรี  กะหรอ  กลาย โมคลาน นบพิตำ ท่าศาลา  ท่าขึ้น  สระแก้ว  ดอนตะโก  และหัวตะพาน มีฐานะเป็นแขวงชั้นกลาย มีนายเจริญ  เป็นนายอำเภอคนแรก  ตั้งที่ว่าการอยู่ที่ปากน้ำท่าสูง  มีกำนัน 11 คน  ผู้ใหญ่บ้าน 145  คน  231 หมู่บ้าน  2,140  หลังคาเรือน  ราษฎร  12,440  คน ครั้น  พ.ศ.  2450  ทางราชการได้ย้ายที่ว่าการอำเภอไปตั้งที่วัดเตาหม้อ  (วัดชลธารามปัจจุบัน)  อีก  9  ปีต่อมา  ได้ย้ายไปตั้งที่ตลาดท่าศาลา  หมู่ที่  1  ตำบลท่าศาลา (คือที่ตั้งที่ว่าการอำเภอท่าศาลาปัจจุบัน) ในสมัยนายเจริญเป็นนายอำเภอนั้นเอง ไม่ปรากฏว่าที่ว่าการอำเภอ  ท่าศาลาได้ย้ายไปที่ตำบลกลายเลย  คงตั้งอยู่ในตำบลท่าศาลาตลอดมา  ครั้นต่อมาเมื่อ                     ร.ศ. 124  ( พ.ศ. 2459 )  ได้เปลี่ยนชื่ออำเภอกลายเป็น  “อำเภอท่าศาลา”  เพื่อให้ตรงกับท้องที่ที่ตั้งที่ว่าการอำเภอ  ตามชื่อตำบลที่ตั้งที่ว่าการ สืบมาถึงปัจจุบันในปี พ.ศ. 2538 ได้มีการแยกตำบลนบพิตำและตำบล               กะหรอ ไปตั้งเป็นกิ่งอำเภอนบพิตำ

แผนที่อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

ตำแหน่งที่ตั้ง

อำเภอท่าศาลาตั้งอยู่ริมทะเลอ่าวไทย อยู่ทางทิศเหนือของอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช                  ห่างจากจังหวัด 28  กิโลเมตร ที่ตั้งของที่ว่าการอำเภออยู่ที่ถนนศรีท่าศาลา หมู่ที่ 1 ตำบลท่าศาลา                       การคมนาคม ใช้ระยะเวลาเดินทางโดยทางรถยนต์ตามทางหลวงหมายเลข 401 (สายนครศรีฯ - สุราษฎร์ฯ) ประมาณ 30-45 นาที

อาณาเขต

ทิศเหนือ              ติดต่อกับ         อำเภอสิชล  จังหวัดนครศรีธรรมราช

ทิศใต้                 ติดต่อกับ         อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช

ทิศตะวันออก         ติดต่อกับ         อ่าวไทย

ทิศตะวันตก          ติดต่อกับ         อำเภอนบพิตำและอำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช

สภาพพื้นที่

อำเภอท่าศาลา มีพื้นที่ประมาณ 363.891 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 227,432 ไร่                   สภาพพื้นที่แบ่งเป็น

  1. พื้นที่ราบเชิงเขา อยู่ทางด้านทิศตะวันตกเกิดจากแนวเทือกเขาหลวง ได้แก่ พื้นที่ตำบลตลิ่งชัน และบางส่วนของตำบลสระแก้ว โมคลาน ดอนตะโก มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์มีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขานัน เป็นแหล่งต้นน้ำของคลองหลายสายที่ไหลผ่านหล่อเลี้ยงพื้นที่อำเภอท่าศาลาลงสู่ อ่าวไทย สภาพดินเป็นดินร่วน และดินร่วนปนทราย เหมาะแก่การทำสวนผลไม้ ยางพารา เลี้ยงสัตว์
  2. 2. พื้นที่ราบและที่ราบลุ่ม อยู่ทางตอนกลางของพื้นที่ตามแนวยาวจากเหนือจรดใต้ ได้แก่ ตำบลไทยบุรี ตำบลหัวตะพาน และบางส่วนของตำบลท่าขึ้น โมคลาน ดอนตะโก โพธิ์ทอง ใช้เป็นที่นาและที่สวน
  3. พื้นที่ราบชายฝั่งทะเล ทางทิศตะวันออกตามแนวชายฝั่งจากเหนือจรดใต้ประมาณ 20  กิโลเมตร ชายฝั่งเป็นหาดทรายสลับกับป่าชายเลน ประเภทป่าโกงกาง ป่าแสม ได้แก่พื้นที่ตำบลกลาย         ตำบลสระแก้ว ตำบลท่าขึ้น ท่าศาลา โพธิ์ทอง เป็นแหล่งท่องเที่ยว การทำประมงชายฝั่ง การเพาะเลี้ยง                    สัตว์น้ำ ที่ราบใช้ทำสวนมะพร้าว ยางพารา ผลไม้ เลี้ยงสัตว์

ลักษณะภูมิอากาศ

อำเภอท่าศาลาอยู่ติดทะเลจึงมีลมทะเลและลมบกพัดผ่านตลอดปี ทำให้อากาศอบอุ่น มีฝนตกชุกตลอดปี โดยจะตกหนักในเดือนธันวาคม ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยปีละ 2,500 ลูกบาศก์เมตร มี 2 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ - มิถุนายน ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม - มกราคม

 

(Visited 12,964 times, 1 visits today)