คลังความรู้/บทความ

เข้าชม 54 ครั้ง

 

คลังความรู้ ก.ค. 2564

รู้หรือไม่…”กล่องรอดตาย” …หนึ่งกล่องมีอะไรบ้าง
“กล่องรอดตาย” คือ กล่องบรรจุยาและเวชภัณฑ์ เป็นตัวช่วย
ให้ผู้ติดเชื้อรักษาตัวที่บ้านหรืออยู่ระหว่างรอเตียง
พร้อมระบบติดตามอาการผ่านไลน์ออฟฟิเชียล ใน 1 กล่อง จะประกอบด้วย
1. ยาพาราเซตามอล 500 มก. 50 เม็ด
2. ยาฟ้าทะลายโจร ชนิดแคปซูล 90 แคปซูล
3. ปรอทวัดไข้ 1 แท่ง
4. เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว 1 เครื่อง
5. หน้ากากอนามัย 15 ชิ้น
6. เจลแอลกอฮอล์ ปริมาณไม่เกิน 100 มก.
7. ถ่านไฟฉาย AAA 2 ก้อน
กล่องรอดตายเป็นกล่องสำหรับดูแลตนเอง ไม่ให้อาการทรุดลงกว่าเดิม ทั้งนี้ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างใกล้ชิด
ที่มา : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

 

ประชาชนสามารถซื้อชุดตรวจโควิด-19

แบบ Antigen Test Kits ด้วยตนเองได้แล้ว
สามารถหาซื้อได้ที่ไหนบ้าง พร้อมใช้ชุดตรวจฯอย่างปลอดภัย
เพียงเช็กรายชื่อชุดตรวจฯ ที่ได้รับอนุญาตจาก อย.
ง่ายๆแค่ สแกน QR Code หรือเข้าเว็บไซต์ https://www.fda.moph.go.th/…/Site…/test_kit_covid19.aspx
ที่มา : FDA Thai สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

คลังความรู้ พ.ค. 2564

ฉบับอัปเดต 7 วัคซีนโควิดในไทย มีอะไรบ้าง ประสิทธิภาพ-ผลข้างเคียงมากน้อยแค่ไหน

เปิดข้อมูลอัปเดต 7 วัคซีนโควิดในไทย มีอะไรบ้าง มีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน ผลข้างเคียงเป็นยังไงบ้าง แต่ละค่ายคนอายุเท่าไหร่ถึงฉีดได้

วัคซีนโควิด

        ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19  ที่ส่งผลให้มีผู้ล้มป่วยและเสียชีวิตจำนวนมากทั่วโลก หนึ่งในสิ่งที่จะกลายมาเป็นตัวแปรสำคัญและความหวังในการควบคุมการระบาด ก็คือวัคซีน ที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแก่ผู้คน ทั้งยังสามารถลดความรุนแรงของอาการป่วยและลดการเสียชีวิตได้

ขณะนี้หลายบริษัททั่วโลกมีการพัฒนาวัคซีนโควิด 19 ซึ่งเริ่มมีการกระจายฉีดแก่ประชาชนแล้ว รวมถึงในประเทศไทย อย่างไรก็ดี สิ่งที่ผู้คนยังคงสงสัยก็คือ วัคซีนของแต่ละบริษัทนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องประสิทธิภาพ และเราจะมีตัวเลือกของวัคซีนมากน้อยแค่ไหน

ตามข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)  ขณะนี้มี วัคซีนโควิด 19 ที่ผ่านการอนุมัติแล้ว 3 ตัวด้วยกัน คือ แอสตร้าเซนเนก้า ซิโนแวค และ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน รวมถึงอีก 4 ตัว ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยสามารถสรุปข้อมูลได้ ดังนี้

ผ่าน อย. ไทยเรียบร้อยแล้ว

1. แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) จาก สหราชอาณาจักร

วัคซีนโควิด

ภาพจาก Marc Bruxelle / Shutterstock.com

นำเข้าโดย : บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด

ประสิทธิภาพ : 76%

จำนวนโดส : ฉีด 2 โดส ห่างกัน 8-12 สัปดาห์

ช่วงอายุ : 18 ปีขึ้นไป

ผลข้างเคียง : ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อหรือข้อ มีไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้ บางกรณีมีการปวดและระคายเคืองบริเวณที่ฉีด

2. ซิโนแวค (Sinovac) จาก จีน

วัคซีนโควิด

ภาพจาก Juan Roballo / Shutterstock.com

นำเข้าโดย : องค์การเภสัชกรรม (อภ.)

ประสิทธิภาพ : 50.38%

จำนวนโดส : ฉีด 2 โดส ห่างกัน 28 วัน

ช่วงอายุ : 18 ปีขึ้นไป

ผลข้างเคียง : มีไข้เล็กน้อย ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นอาการที่จะคงอยู่ชั่วคราว

3. จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson) จาก สหรัฐอเมริกา

วัคซีนโควิด

ภาพจาก oasisamuel / Shutterstock.com

นำเข้าโดย : บริษัทแจนเซ่น-ซีแลก จำกัด

ประสิทธิภาพ : ประสิทธิภาพโดยรวม 66% สามารถป้องกันอาการป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิตได้ 85%

จำนวนโดส : 1 โดส

ช่วงอายุ : 18 ปีขึ้นไป

ผลข้างเคียง : ปวด บวม แดง ระคายเคือง บริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ ไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คลื่นไส้

ยังไม่ผ่าน อย. ไทย แต่อยู่ระหว่างดำเนินการ

1. โมเดอร์นา (Moderna) จาก สหรัฐอเมริกา

วัคซีนโควิด
ภาพจาก Giovanni Cancemi / Shutterstock.com

นำเข้าโดย : บริษัท ซิลลิคฟาร์มา จำกัด ขณะนี้อยู่ระหว่างประเมินคำขอขึ้นทะเบียนกับทาง อย.

ประสิทธิภาพ : ประสิทธิภาพโดยรวม 94.1% สามารถป้องกันอาการป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิตได้ 100%

จำนวนโดส : ฉีด 2 โดส ห่างกัน 28 วัน

ช่วงอายุ : 18 ปีขึ้นไป

ผลข้างเคียง : อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ หนาวสั่น คลื่นไส้อาเจียน ไข้ โดยเป็นผลข้างเคียงทั่วไป กินเวลาประมาณ 2-3 วัน

2. ภารัต ไบโอเทค (Bharat Biotech) จาก อินเดีย

วัคซีนโควิด
ภาพจาก Talukdar David / Shutterstock.com

นำเข้าโดย : บริษัท ไบโอเจเนเทค จำกัด อยู่ระหว่างทยอยยื่นเอกสารประเมินคำขอขึ้นทะเบียนต่อ อย.

 ประสิทธิภาพ : 80.6% สามารถป้องกันการติดเชื้อรุนแรงได้ 100%

จำนวนโดส : ฉีด 2 โดส ห่างกัน 28 วัน

ช่วงอายุ : 18 ปีขึ้นไป

ผลข้างเคียง : ปวด บวม แดง คัน บริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ มีไข้ ปวดเมื่อยตัว คลื่นไส้ อาเจียน มีผื่น

3. สปุตนิก วี (Sputnik V) จาก รัสเซีย

วัคซีนโควิด
ภาพจาก Steve Heap / Shutterstock.com

นำเข้าโดย : บริษัท คินเจน ไบโอเทค จำกัด อยู่ระหว่างทยอยยื่นเอกสารประเมินคำขอขึ้นทะเบียนต่อเนื่องกับทาง อย.

ประสิทธิภาพ : 91.6%

จำนวนโดส : 2 โดส

ช่วงอายุ : 18 ปีขึ้นไป

ผลข้างเคียง : มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ซึ่งเป็นผลข้างเคียงทั่วไป

อย่างไรก็ตาม CNBC รายงานว่า ขณะนี้ทางรัสเซียเพิ่งอนุมัติใช้วัคซีนตัวใหม่ คือ สปุตนิก ไลท์ (Sputnik Light) ซึ่งฉีดแค่ 1 โดส มีประสิทธิภาพ 79.4% โดยจะมีการส่งออกวัคซีนสปุตนิก ไลท์ แก่ประเทศพันธมิตร

4. ไฟเซอร์ (Pfizer) จาก สหรัฐอเมริกา

วัคซีนโควิด
 ภาพจาก lupmotion / Shutterstock.com

วัคซีน BNT162b2 ของไฟเซอร์ อยู่ระหว่างเตรียมเอกสาร เพื่อยื่นขอขึ้นทะเบียนกับ อย. หลังการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันกับรัฐบาลไทยสำเร็จ

ประสิทธิภาพ : ประสิทธิภาพโดยรวม 95% สามารถป้องกันอาการป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิตได้ 100%

จำนวนโดส : ฉีด 2 โดส ห่างกัน 21 วัน

ช่วงอายุ : 16 ปีขึ้นไป (อย. สหรัฐฯ เพิ่งอนุมัติการฉีดในช่วงอายุ 12 – 15 ปี)

ผลข้างเคียง : ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีด อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ไข้ขึ้น หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ คลื่นไส้ ท้องร่วง ต่อมน้ำเหลืองบวม ซึ่งเป็นผลข้างเคียงทั่วไปจากการฉีดวัคซีน โดยส่วนใหญ่จะมีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง ในเวลาไม่เกิน 2-3 วัน

ทั้งนี้ แม้ว่าจะได้รับวัคซีนครบจำนวนโดสแล้ว แต่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ยืนยันว่ายังเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะต้องสวมหน้ากากอนามัยเพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการรับเชื้อ

ขอบคุณข้อมูลจาก biospace.comMedical News Today,Medical News Today,Medical News Today,Medical News TodayCNBCMedical News TodayMedical News TodayBharat Biotechcovidvaccine.gov.hk

 

📍ความเสี่ยงติดเชื้อมีอยู่รอบตัว มารู้จักต้นเหตุความเสี่ยง วิธีเช็กความเสี่ยงเบื้องต้น เพื่อรับมือและทราบแนวทางปฎิบัติที่ถูกต้อง

อย่าลืมสวมหน้ากาก
รักษาระยะห่าง
หมั่นล้างมือ
เช็คชื่อใน “ไทยชนะ” และ “หมอชนะ”นะคะ

อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป และข้อความพูดว่า "อยู่ที่เดียวกับคนติดโควิดแบบนี้ คน คนติดโควิดแบบนี้ เสี่ยงแค่ไหน!!! ? ?"

อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความ

อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความ

🏠ของขวัญจากพ่อ🏠

ประเทศไทยจะเป็นฐานของการผลิตยา และวัคซีน ตามพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่ 9 ในปี 2552 บริษัท ทุนลดาวัลย์ จำกัด อยู่ภายใต้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เริ่มลงทุนในธุรกิจยา
เป้าหมายของการลงทุนในธุรกิจยา ไม่ได้มุ่งเรื่องผลกำไรทางธุรกิจ แต่เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านยาและความมั่นคงทางด้านสาธารณสุขให้กับคนไทย เพื่อให้คนไทยได้รับยาที่มีคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผลเข้าถึงได้ และรองรับการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยก่อตั้ง บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด
บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด เป็นผู้ผลิตยาที่ใช้เทคโนโลยีไบโอฟาร์มา (ชีววัตถุ) ที่สร้างมาจากธรรมชาติ ไม่ใช้ยาเคมี โดยมีการวิจัยและผลิตยาอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ด้วยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดลในการวิจัยพัฒนา
ในปี ปี 2559 บริษัทเริ่มผลิตยาออกจำหน่ายมี 2 รายการ คือยาเพิ่มเม็ดเลือดแดงสำหรับผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย และยาเพิ่มเม็ดเลือดขาวสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่รับคีโมและภูมิต้านทานลดลง ซึ่งยาทั้ง 2 รายการได้ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และได้รับการบรรจุเข้าบัญชียาของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานประกันสังคมแล้ว
ด้วยสำนักในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
อย่าลืมสวมหน้ากาก รักษาระยะห่าง หมั่นล้างมือ เช็คชื่อใน”ไทยชนะ” นะคะ

พระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชน พระราชทาน “รถวิคราะห์ผลด่วนพิเศษ” ต้นแบบ ใช้งานคู่กับรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยฯ ค้นหาเชิงรุกแบบดเสร็จในพื้นที่ ทราบผลภายใน 3 ชั่วโมง เพื่อรอดพ้นจากโรคโควิด 19

วันนี้ (24 มกราคม 2564) นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคมโรค กล่าวว่า ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไร้สโคโรนา 2019 (COVD-19) อย่างใกล้ชิด ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก และทรงคำนึงถึงความยากลำบากของราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารและในพื้นที่แออัดให้สมารถข้ารับการบริการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งกลับมาแพรระบาดรอบใหม่อีกครั้งในประเทศไทย ในลักษณะเป็นกลุ่มก้อนที่คนมารวมตัวกันอยู่จำนวนมาก เช่น ชุมชนแออัด ที่พักอาศัยแรงงานต่างด้าว ตลาด และบ่อน นั้น

นายแพทย์โอภาส กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยสายวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ทรงให้ความสำคัญการวิเคราะห์ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ว่าเป็นขั้นตอนจำเป็นที่ต้องดำเนินการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้ทราบผลและจำนวนผู้ติดเชื้อ และสามารถออกมาตรการหรือควบคุมสถานการณ์ ได้อย่างทันท่วงที ทรงมีพระราชดำริให้คณวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทีมผู้เชี่ยวชาญ สร้างห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่เพื่อออกไปตรวจวิเคราะห์ผลได้นอกโรงพยาบาลหรือหน่วยงาน จะช่วยลดปัญหาการขนส่งตัวอย่างและระยะเวลาในการรอผลการวิเคราะห์ และได้พระราชทาน “รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ” ต้นแบบ ใช้งานคู่กับรกก็บตัวอย่างชีวนิรภัยฯ ค้นหาเชิงรุกแบบเบ็ดสร็จในพื้นที่ ทราบผลที่รวดเร็วเพื่อให้ปวงชนรอดพ้นจากโรคโควิด 19 ซึ่งได้นำมาใช้เป็นครั้งแรกในสถานการณ์จริงในการปฏิบัติการค้นหาเชิงรุกทันทีกรณีพบผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 (NBT) ถนนวิภาวดี กรุงเทพฯ ติดเชื้อโควิด 19 ในวันที่ 22 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ตรวจจำนวน 222 ตัวอย่าง ได้ผลที่รวดเร็วตามที่คาดหมาย

วัตถุประสงค์ของรถพระราชทานนี้ เพื่อเสริมการปฏิบัติงานของบคลการด้านสาธารณสุข สามารถเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ผลการตรวจในพื้นที่ที่รวดเร็ว แม่นยำ และมีความปลอดภัยตอบคลากรทางการแพทย์สูงสุด อันเป็นการลดปัญหาความล่าช้าในการขนสงสิ่งสงตรวจกลับมาตรวจที่หน่วยงาน ที่โดดเด่นคือสามารถนำไปใช้วิเคราะห์เชื้ออื่นๆที่วิเคราะห์ด้วยเทคนิคการ พิ่มปริมาณสารพันธกรรมดีเอ็นเอด้วยปฏิกิริยาโพลีเมอเรส (Real Time Polymerase Chain Reaction (PC)) โดยใช้เวลาวิเคราะห์เพียง 3 ชั่โมง และวิเคราะห์ได้ 70 ตัวอย่างต่อ 1 รอบต่อเครื่อง

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณป็นล้นพ้น หาที่สุดมิได้ โดยตั้งแต่ที่ได้พระราชทานรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยจนถึงปัจจุบัน รถพระราชทานก็บตัวอย่างชีวนิรภัย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ได้ขับเคลื่อนส่งต่อน้ำพระราชหถทัยเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่คนไทยทั่วประเทศ ด้วยปฏิบัติการตรวจบคคลทั่วไปและกลุ่มเสี่ยงแบบเชิงรุก รวมกว่า 80,000 รายแล้วเข้าถึชุมชน ควบคุมการแพรระบาดได้รวดเร็ว ซึ่งกำลังจัดสร้างรถชีวนิรภัยเพิ่มเติมอีก จำนวน 7 คัน รวมเป็น 20 คันเพื่อให้กระทรวงสาธารณสุขนำไปใช้ประโยชน์ ณ สำนักงานขตสุขภาพ ที่ 1-12 ทั่วประเทศ และในเขตพื้นที่
กรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบการเฝ้าระวังและค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกอีกด้วย

สำหรับรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ เป็นห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอย 16.8 ตารางเมตร (7 เมตร x 2.4เมตร) ภายในประกอบด้วย 3 ห้องหลัก ได้แก่ ห้องสกัดสารพันธกรรม ห้องเตรียมน้ำยาวิเคราะห์ และห้องวิเคราะห์ผลด้วยเทคนิคการเพิ่มปริมาณสารพันธกรรมดีเอ็นเอด้วยปฏิกิริยาโพลีเมอเรส (Real Time Polymerase Chain Reaction(PCR)) ให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถตรวจวิเคราะห์ผลได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ สะดวกและปลอดภัย มีห้องบัฟเฟอร์เพื่อควบคุมและป้องกันการรั่ไหลของเชื้อโรค พร้อมเครื่องมือที่ติดตั้งภายในรถ ได้แก่ ตู้ปลอดเชื้อ, ตู้ปฏิบัติงานพี่ซีอาร์(PCR cabinet), เครื่องสกัดสารพันธกรรมอัตโนมัติ เครื่องเ พิ่มปริมาณสารพันธกรรมดีเอ็นเอด้วยปฏิกิริยาโพลีเมอเรส(real-time PCR), ตู้แชแข็ง -20องซาเซลเซียส, ตู้ทำความเย็น 4 องศาเซลเซียส, ช่องสงตัวอย่าง,เครื่องเขย่าผสมสาร,เครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอน, ไมโครปีเปต (Micropipett), ระบบวีฆ่าเชื้อ, ระบบสื่อสารสองทาง, ระบบกล้องวงจรปิดและเครื่องล้างมือแอลกอฮอล์อัตโนมัติ

นายแพทย์โอภาส กล่าวตอนท้ายว่า รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษนี้ เป็นประโยชน์สามารถนำไปใช้งานคู่กับรถพระราชทานเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยได้ เพื่อให้การออกตรวจเชื้อ COVID- 19 มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น และสามารถนำมาประยกต์ใช่ในกรณีที่เกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉกฉิน ทำให้สามารถข้าชวยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีซึ่งการจัดสร้างรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษดันนี้ ได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขเรียบร้อยแล้ว

ข้อมูลจาก : สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค
วันที่ 24 มกราคม 2564

รู้เท่าทันโควิด-19

1.1) รู้หรือไม่ ภัยโควิด

คลิกอ่านรู้หรือไม่ ภัยโควิด

1.2) สู้ โควิด-19 ไปด้วยกัน (คู่มือดูแลตัวเองของประชาชน)

คลิ๊กอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม 

โคก หนอง นา โมเดล

2.1) โคก-หนอง-นา โมเดล คือ อะไร

โคกหนองนา โมเดล คือ การจัดการพื้นที่ซึ่งเหมาะกับพื้นที่การเกษตร ซึ่งเป็นผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่ เข้ากับภูมิปัญญาพื้นบ้านที่อยู่อย่างสอดคล้องกับธรรมชาติในพื้นที่นั้นๆ โคก-หนอง-นา โมเดล เป็นการที่ให้ธรรมชาติจัดการตัวมันเองโดยมี มนุษย์เป็นส่วนส่งเสริมให้มันสำเร็จเร็วขึ้น อย่างเป็นระบบ

โคกหนองนา โมเดล ซึ่งเป็นแนวทางทำเกษตรอินทรีย์และการสร้างชีวิตที่ยั่งยืน โดยมีองค์ประกอบดังนี้

1. โคก: พื้นที่สูง
– ดินที่ขุดทำหนองน้ำนั้นให้นำมาทำโคก บนโคกปลูก “ป่า 3อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ตามแนวทางพระราชดำริ
– ปลูกพืช ผัก สวนครัว เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา ทำให้พออยู่ พอกิน พอใช้ พอร่มเย็น เป็นเศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐาน ก่อนเข้าสู่ขั้นก้าวหน้า คือ ทำบุญ ทำทาน เก็บรักษา ค้าขาย และเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย
– ปลูกที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศ

2. หนอง: หนองน้ำหรือแหล่งน้ำ
– ขุดหนองเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้งหรือจำเป็น และเป็นที่รับน้ำยามน้ำท่วม (หลุมขนมครก)
– ขุด “คลองไส้ไก่” หรือคลองระบายน้ำรอบพื้นที่ตามภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยขุดให้คดเคี้ยวไปตามพื้นที่เพื่อให้น้ำกระจายเต็มพื้นที่เพิ่มความชุ่มชื้น ลดพลังงานในการรดน้ำต้นไม้
– ทำ ฝายทดน้ำ เพื่อเก็บน้ำเข้าไว้ในพื้นที่ให้มากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อพื้นที่โดยรอบไม่มีการกักเก็บน้ำ น้ำจะหลากลงมายังหนองน้ำ และคลองไส้ไก่ ให้ทำฝายทดน้ำเก็บไว้ใช้ยามหน้าแล้ง
– พัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ ทั้งการขุดลอก หนอง คู คลอง เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้ง และเพิ่มการระบายน้ำยามน้ำหลาก

3. นา:
– พื้นที่นานั้นให้ปลูกข้าวอินทรีย์พื้นบ้าน โดยเริ่มจากการฟื้นฟูดิน ด้วยการทำเกษตรอินทรีย์ยั่งยืน คืนชีวิตเล็กๆ หรือจุลินทรีย์กลับคืนแผ่นดินใช้การควบคุมปริมาณน้ำในนาเพื่อคุมหญ้า ทำให้ปลอดสารเคมีได้ ปลอดภัยทั้งคนปลูก คนกิน
– ยกคันนาให้มีความสูงและกว้าง เพื่อใช้เป็นที่รับน้ำยามน้ำท่วม ปลูกพืชอาหารตามคันนา

โดย กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้มีการขับเคลื่อนโครงการ ตามแนวทาง “โคก หนอง นา โมเดล” ในหมู่บ้านเป้าหมาย โดยมี 6 รูปแบบ ดังภาพประกอบ

 

(Visited 54 times, 1 visits today)