ประวัติความเป็นมา

ชื่ออำเภอเสาไห้เป็นการกร่อนคำมาจากคำว่า "เสาร้องไห้" เป็นตำนานเรื่องเล่าของเสาไม้ ตะเคียนซึ่งมีขนาดความยาว 13 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.75 เมตร นับว่ามีขนาดใหญ่ต้นหนึ่งที่ไม่ได้รับการคัดเลือกเป็นเสาเอกในการสร้างปราสาทราชวังที่ประทับเชื้อพระวงศ์ต่าง ๆ ในต้นรัชกาลกรุงรันตโกสินทร์ นางตะเคียนที่สิงสถิตอยู่เสียใจมาก ตกกลางคืนจึงแสดงอภินิหารลอยทวนน้ำขึ้นมา ขณะลอยมานั้นชาวบ้านริมน้ำได้ยินเสียงร้องไห้ และเสาดังกล่าวได้มาจมลงในบริเวณคุ้งน้ำป่าสัก ห่างจากที่ว่าการอำเภอเสาไห้ปัจจุบันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 50 เมตร บริเวณนั้นจึงถูกเรียกว่า "สาวร้องไห้" ต่อมาเหลือเพียงคำว่า "เสาไห้"

แบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ
และ 5 กิ่งอำเภอ คือ
อำเภอเมือง อำเภอเชียงของ
อำเภอเทิง อำเภอพาน
อำเภอแม่จัน อำเภอเชียงแสน
อำเภอแม่สาย อำเภอแม่สรวย
อำเภอเวียงป่าเป้า อำเภอเวียงชัย
อำเภอป่าแดด อำเภอพญาเม็งราย
อำเภอเวียงแก่น กิ่งอำเภอแม่ฟ้าหลวง
กิ่งอำเภอขุนตาล กิ่งอำเภอแม่ลาว
กิ่งอำเภอเวียงเชียงรุ้ง กิ่งอำเภอดอยหลวง

ประวัติความเป็นมาของชาวไทยวน หรือ ไตยวน มีกล่าวไว้ใน “ตำนานสิงหนวัศิ” เล่าว่า สิงหนวัศิกุมาร อพยพผู้คนและบริวารมาจากเมืองราชคฤห์ มาตั้งดินแดนอยู่แถบลุ่มน้ำโขงตอนกลาง สร้างบ้านเรือนอยู่ที่เชียงแสนราวต้นสมัยพุทธกาล เรียกดินแดนของตนว่า “โยนกนคร” เรียกชาวเมืองว่า “ยวน” ซึ่งเป็นเสียงเพี้ยนมาจากชื่อเมืองโยนก นั่นเอง

รัฐอิสระแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับอาณาจักรใหญ่ในยุคโบราณ ได้แก่ ขอม พุกาม และยูนนาน มีพัฒนาการอย่างรวดเร็วในพุทธศตวรรษที่ 17 ก่อนที่จะสถาปนาเป็นอาณาจักรล้านนา  ในกาลต่อมา จนกระทั่งปี 2101 พระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์พม่า นำทัพตีเมืองเหนือ และปกครองดินแดนล้านนาเป็นเวลานานถึง 200 ปี

ในปี 2347 ซึ่งเป็นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงมีบัญชาให้เจ้าพระยายมราช ยกทัพหลวงไปร่วมกับหัวเมืองฝ่ายเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ยึดเชียงแสนคืนจากพม่า หลังจากล้อมเมืองนาน 1-2 เดือน จึงตีเมืองเชียงแสนสำเร็จ และกวาดต้อนชาวเชียงแสนกว่าสองหมื่นคนให้ไปอยู่ในพื้นที่ต่างๆ โดยแบ่งเป็น 5 สายหลัก ประกอบด้วยเชียงใหม่ ลำปาง เชียงราย ลำพูน และน่าน บางส่วนไปเวียงจันทน์ และส่วนหนึ่งเดินทางมาบางกอกเพื่อแปงเมืองใหม่ โดยอาศัยอยู่ริมแม่น้ำป่าสักทั้งสองฝั่งคือสระบุรี และอีกส่วนหนึ่งไปอยู่ราชบุรี

(Visited 2,008 times, 5 visits today)