โครงการ กข.คจ.

เข้าชม 34 ครั้ง

1. ความเป็นมา


 ความยากจนของประชาชนชาวชนบทเป็นปัญหาสำคัญที่ทุกรัฐบาลมุ่งแก้ไขให้หมดไป โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2536 เห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินงานโครงการ กข.คจ. ระยะที่ 1 ระหว่าง ปี 2536 – 2539 และขยายถึงปี 2540 จำนวน 11,608 หมู่บ้าน และมีมติอีกครั้ง เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2540 เห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินงานโครงการ กข.คจ. ระยะที่ 2 ระหว่าง ปี 2541 – 2544 เพื่อขยายพื้นที่ให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศที่ยังมีคนจนตามข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) จำนวน 28,038 หมู่บ้าน

2. หลักการ


 สนับสนุนเงินทุนในระดับหมู่บ้านสำหรับครัวเรือนเป้าหมายยืมไปประกอบอาชีพ โดยไม่มีดอกเบี้ย และมอบอำนาจให้คณะกรรมการกองทุน กข.คจ.ประจำหมู่บ้าน รับผิดชอบบริหารจัดการเงินทุนของหมู่บ้าน

3. วัตถุประสงค์


 3.1 ระยะที่ 1
  เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของครัวเรือนยากจนในชนบททั่วประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในหมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 1 ในปี 2536 – 2539 (ขยายการดำเนินงานต่อถึงปี 2540) เพื่อให้เป็นหมู่บ้านต้นแบบ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
   (1) เพื่อให้ครัวเรือนยากจนในหมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 1 จำนวน 11,608 หมู่บ้าน ได้รับความช่วยเหลือเงินทุนเพื่อการประกอบอาชีพที่เหมาะสม มีรายได้สูงขึ้นพ้นเส้นความยากจน
   (2) เพื่อให้หมู่บ้านในชนบท จำนวน 11,608 หมู่บ้าน ได้รับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การพัฒนาด้านการศึกษา วัฒนธรรม สาธารณสุข และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในหมู่บ้าน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในหมู่บ้านต้นแบบให้สูงขึ้น
   (3) เพื่อให้หมู่บ้านในชนบท จำนวน 11,608 หมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองตลอดไป ประชาชนเกิดความร่มเย็นเป็นสุข มีความอุดมสมบูรณ์ มั่งคั่งยิ่ง ๆ ขึ้น
 3.2 ระยะที่ 2
  เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของครัวเรือนยากจนในชนบททั่วประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในหมู่บ้านเป้าหมาย โดย
   (1) ครัวเรือนยากจนในหมู่บ้านเป้าหมายทั่วประเทศ จำนวนมากกว่า 3,460,000 ครัวเรือน ได้รับความช่วยเหลือเงินทุนเพื่อการประกอบอาชีพที่เหมาะสม มีรายได้เพิ่มขึ้นพ้นเส้นความยากจน
   (2) หมู่บ้านในชนบทจำนวน 28,038 หมู่บ้าน ได้รับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และส่งผลในด้านสังคม โครงสร้างพื้นฐาน การอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การพัฒนาด้านการศึกษา วัฒนธรรม สาธารณสุข และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในหมู่บ้าน ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนในหมู่บ้านดีขึ้น
   (3) เพื่อให้หมู่บ้านในชนบทจำนวน 28,038 หมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง

4.เป้าหมาย


 ดำเนินการใน 75 จังหวัด กำหนดเป้าหมาย จำนวนทั้งสิ้น 39,646 หมู่บ้าน ดังนี้
  1. หมู่บ้านเป้าหมายโครงการ กข.คจ. ได้แก่
   1.1 หมู่บ้านเป้าหมายโครงการ กข.คจ. ระยะที่ 1 คือ หมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 1 ตามข้อมูล กชช.2 ค ปี 2533 จำนวน 11,608 หมู่บ้าน
   1.2 หมู่บ้านเป้าหมายโครงการ กข.คจ. ระยะที่ 2 คือ หมู่บ้านที่มีครัวเรือนมีรายได้ตามข้อมูล จปฐ. ปี 2539 ต่ำกว่า 15,000 บาท/คน/ปี ตั้งแต่ร้อยละ 30 ขึ้นไป จำนวน 28,038 หมู่บ้าน
  2. ครัวเรือนเป้าหมาย คือ ครัวเรือนในหมู่บ้านตามข้อ 1 ที่มีรายได้ตามข้อมูล จปฐ. ต่ำกว่า 15,000 บาท/คน/ปี ในปีที่ได้รับงบประมาณดำเนินการ และครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ. ในปีต่อ ๆ ไป

5. วิธีการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน


 ดำเนินการภายใต้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. 2536 และ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2539 และหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทยและกรมการพัฒนาชุมชน
  1. กำหนดหมู่บ้านเป้าหมาย โดยใช้ข้อมูล กชช.2 ค ปี 2533 และข้อมูล จปฐ. ปี 2539
  2. กำหนดครัวเรือนเป้าหมาย โดยใช้ข้อมูล จปฐ. โดยคณะกรรมการกองทุน กข.คจ.ประจำหมู่บ้านคัดเลือกและจัดลำดับครัวเรือนของหมู่บ้านเป้าหมาย จัดทำบัญชีทะเบียนครัวเรือนยากจนเป้าหมาย
  3. จัดตั้ง “คณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ประจำหมู่บ้าน” ที่มาจากผู้นำ และตัวแทนองค์กรประชาชนในหมู่บ้าน จำนวน 7 – 9 คน โดยกระบวนการประชาคม เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการเงินทุนของหมู่บ้าน
  4. จัดฝึกอบรมเตรียมความพร้อมผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ องค์กรประชาชนผู้รับผิดชอบบริหารจัดการและครัวเรือนเป้าหมายในระดับหมู่บ้าน ระยะเวลา 3 วัน
  5. สนับสนุนเงินทุนหมู่บ้านละ 280,000 บาท โดยการโอนเข้าบัญชีเงินฝากของคณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ประจำหมู่บ้าน
  6. ครัวเรือนเป้าหมายเสนอโครงการขอยืมเงินตามประเภทอาชีพที่กำหนดในโครงการต่อคณะกรรมการกองทุน กข.คจ.ประจำหมู่บ้าน
  7. คณะกรรมการกองทุนฯ อนุมัติเงินยืม โดยผ่านการตรวจสอบความเป็นไปได้ของโครงการ และความเห็นชอบจาก คปต.(ปัจจุบันมีเฉพาะพัฒนากร) แล้วจึงทำสัญญายืมเงินตามแบบแนบท้ายระเบียบและ รายงานผลให้อำเภอทราบ แล้วโอนเงินเข้าบัญชีให้ครัวเรือนเบิกไปลงทุนประกอบอาชีพ
  8. ใช้คืนเงินยืมตามกำหนดในสัญญา (ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี)
  9. เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนทุกระดับเป็นผู้ส่งเสริม สนับสนุน และติดตามช่วยเหลือ

หลักการของโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน


 โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) เป็นการสนับสนุนเงินทุนให้ระดับหมู่บ้านแล้วมอบอำนาจและหน้าที่ความรับผิดชอบให้องค์กรประชาชนในหมู่บ้านเป็นผู้บริหารจัดการเงินทุนให้หมุนเวียนอยู่ในหมู่บ้านตลอดไป โดยสนับสนุนเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพแก่ครัวเรือนเป้าหมาย หมู่บ้านละ 280,000 บาท โดยไม่มีดอกเบี้ย และมีเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนเป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุนตรวจสอบ และติดตามการดำเนินงานโครงการ กข.คจ. ให้มีประสิทธิภาพ
การบริหารเงินทุนโครงการ กข.คจ
การดำเนินงานโครงการ กข.คจ. ภายใต้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. 2553 มีแนวทางการบริหารเงินทุน กข.คจ. ดังนี้
การพิจารณาอนุมัติโครงการและเงินยืม
ให้คณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน พิจารณาอนุมัติโครงการและเงินยืมตามลำดับบัญชีทะเบียนครัวเรือนเป้าหมายและต้องได้รับความเห็นชอบจากพัฒนากรผู้รับผิดชอบประจำตำบล (ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. 2553) มีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
  1. ให้พิจารณาอนุมัติโครงการและเงินยืมแก่ครัวเรือนเป้าหมายตามทะเบียนครัวเรือนเป้าหมายที่ได้จัดทำไว้ครั้งแรกได้ยืมจนครบถ้วนก่อน จึงให้ครัวเรือนเป้าหมายที่เกิดขึ้นใหม่ภายหลังได้ยืมในลำดับถัดไป
  2. กรณีหมู่บ้านที่ครัวเรือนมีรายได้ผ่านเกณฑ์ (จปฐ.) ครบทุกครัวเรือน ให้คณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน พิจารณาอนุมัติโครงการและเงินยืมแก่ครัวเรือนเป้าหมายที่ยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตใช้เป็นเงินทุนในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้ สำหรับพัฒนาคุณภาพชีวิตต่อไป
  3. ประเภทอาชีพที่ครัวเรือนเป้าหมายสามารถเสนอขอยืมเงินได้มี ดังนี้
   1) อุตสาหกรรมในครัวเรือน
   2) ค้าขาย
   3) งานช่าง
   4) เกษตรกรรม
   5) อาชีพอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการ กข.คจ. เห็นชอบ ให้ทำได้ เช่น รับจ้างซักรีด รับซื้อของเก่า
  4. การพิจารณาจำนวนเงินยืมของครัวเรือนเป้าหมาย โดยพิจารณาจาก
   1) ความสามารถในการส่งใช้เงินยืม
   2) ประเภทอาชีพตามความเหมาะสมและเป็นไปได้
   3) ระยะเวลาที่จะก่อให้เกิดรายได้
  5. เงื่อนไขในการใช้เงินยืมของครัวเรือนเป้าหมาย คือ ให้นำไปใช้ประกอบอาชีพตามโครงการที่เสนอขอยืม
   1) ห้ามนำไปใช้หนี้สินเดิม
   2) ห้ามนำไปบูรณะ ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย
   3) ห้ามนำไปใช้จ่ายในครอบครัว

คณะกรรมการ กข.คจ


 คณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน มีจำนวน 7 คนแต่ไม่เกิน 9 คน มีวาระคราวละ 4 ปี มาจากประธาน กม. ผู้แทน กม. ผู้แทน อบต. ผู้แทนสตรี ผู้แทนองค์กรชุมชนอื่นๆ ในระดับหมู่บ้าน

กระบวนการอนุมัติเงินยืมของคณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน


 1. คณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน พิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการและเสนอแบบขอยืมเงินต่อพัฒนากรผู้รับผิดชอบประจำตำบลเห็นชอบ เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติยืมเงินแก่ครัวเรือนเป้าหมาย
 2. คณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน พิจารณาอนุมัติเงินยืมให้แก่ครัวเรือนเป้าหมาย ให้พิจารณาตามลำดับตามบัญชีทะเบียนครัวเรือนเป้าหมาย
 3. การพิจารณาอนุมัติเงินยืมต้องได้รับความเห็นชอบจากพัฒนากรผู้รับผิดชอบประจำตำบล ไม่ควรใช้วิธีการเฉลี่ยเงินทุน ควรพิจารณาตามความจำเป็น ความเหมาะสมของแต่ละโครงการและคำนึงถึงผลตอบแทนที่ได้รับ

การทำสัญญายืมเงินตามโครงการ กข.คจ


 แนวทางการทำสัญญายืมเงิน กข.คจ. ตามแบบที่กำหนด ให้ดำเนินการดังนี้
  1. ให้เลขานุการคณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน แจ้งให้หัวหน้าครัวเรือนเป้าหมายหรือผู้แทนที่ได้รับอนุมัติโครงการและเงินยืม มาทำสัญญายืมเงินภายใน 3 วัน นับแต่วันที่รับแต่วันที่รับแจ้งการอนุมัติโครงการและเงินยืม
  2. ให้เลขานุการคณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน รายงานผลการอนุมัติเงินยืมให้อำเภอทราบ และปิดประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ณ ศูนย์ปฏิบัติการหมู่บ้านโครงการ กข.คจ. หรือในที่เปิดเผยของชุมชน
  3. ในการทำสัญญายืมเงิน ให้ประธานคณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน และหัวหน้าครัวเรือนเป้าหมายหรือผู้แทน เป็นคู่สัญญา และเป็นผู้มีอำนาจลงนามในสัญญา
  4. ให้ทำสัญญายืมเงินทุน กข.คจ. ตามแบบที่กำหนด จำนวน 3 ชุด โดยส่งมอบและเก็บไว้เป็นหลักฐาน ดังนี้
   1) หัวหน้าครัวเรือนเป้าหมายผู้ยืมเงิน จำนวน 1 ชุด
   2) คณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน จำนวน 1 ชุด
   3) นายอำเภอ(มอบให้สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ) จำนวน ๑ ชุด

การเบิกจ่ายเงินให้ครัวเรือนที่ได้รับอนุมัติให้ยืมเงิน


 การเบิกจ่ายเงินกองทุน กข.คจ. ให้แก่ครัวเรือนที่ได้รับอนุมัติให้ยืมเงินดำเนินการ โดยให้คณะกรรมการกองทุน กข.คจ. หมู่บ้าน โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของหัวหน้าครัวเรือนเต็มจำนวนที่ได้รับอนุมัติให้ยืม และออกใบรับเงินยืมของครัวเรือนเป้าหมาย

การกำหนดระยะเวลาการชำระคืนเงินยืมของครัวเรือนเป้าหมาย


ให้คณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน กำหนดระยะเวลาการชำระคืนเงินยืม ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันทำสัญญาโดยพิจารณา
 1.ความสามารถในการส่งใช้เงินยืม
 2.ประเภทอาชีพตามความเหมาะสมและเป็นไปได้
 3.ระยะเวลาที่จะก่อให้เกิดรายได้ของครัวเรือนเป้าหมาย

(Visited 34 times, 1 visits today)