ประวัติความเป็นมาของอำเภอพรหมบุรี

คำขวัญอำเภอพรหมบุรี

"ประเพณีกำฟ้า หัวป่าต้นตำรับอาหารไทยรสเด็ด คูค่ายเป็นเพชรประวัติศาสตร์ นารีพิลาศสาวบ้านแป้ง"

เมืองพรหมบุรี สร้างขึ้นในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าเป็นเมืองที่พระเจ้าพรหม (พระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก) ผู้ครองเมืองไชยปราการ (ฝาง) ได้โปรดให้สร้างขึ้นและขนานนามว่า 
“เมืองพรหมบุรี” ตั้งอยู่ในวัดอัมพวัน บริเวณบ้าน นางเฮี๊ยะ พรหมายนต์ หมู่ที่ 5 ตำบลพรหมบุรี 
อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี

พรหมบุรีมีฐานะเป็นเมืองมาจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยในปี พ.ศ. 2438 รัชกาลที่ 5 ได้โปรดให้จัดการปกครองเป็นลักษณะเทศาภิบาล โดยให้มีการรวมเมืองหลาย ๆ เมือง
เข้าไว้ด้วยกันเป็น “มณฑล” ซึ่งเมืองพรหมบุรีถูกจัดให้อยู่ใน “มณฑลกรุงเก่า” ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 
ได้เปลี่ยนชื่อ “มณฑลกรุงเก่า” เป็น “มณฑลอยุธยา”

ต่อมาในปี พ.ศ. 2439 ได้มีประกาศของกระทรวงมหาดไทย ให้ยุบเมืองพรหมบุรีเป็น “อำเภอพรหมบุรี” 
โดยให้ขึ้นกับเมืองสิงห์บุรี แต่ยังยกฐานะของผู้ครองเมืองเป็นผู้ว่าราชการอำเภอ จนถึงปี พ.ศ. 2472 
จึงเปลี่ยนฐานะของผู้ครองเมืองเป็นนายอำเภอสามัญ

เมืองพรหมบุรีได้มีการย้ายที่ตั้งหลายครั้ง เนื่องจากประสบปัญหาน้ำเซาะตลิ่งพัง โดยในปี พ.ศ. 2486 
นายอนันต์ โพธิ์พันธ์ นายอำเภอพรหมบุรีในขณะนั้น ได้ย้ายที่ตั้งของอำเภอไปอยู่ทางทิศเหนือ
ณ วัดกุฎีทอง หมู่ที่ 3 ตำบลบางน้ำเชี่ยว ต่อมาเนื่องจากอาคารที่ว่าการอำเภอซึ่งเป็นอาคารไม้
มีสภาพชำรุดทรุดโทรมลงเป็นอันมาก นายพนม นันทวิสุทธิ์ นายอำเภอพรหมบุรีในขณะนั้น ได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารที่ว่าการอำเภอหลังใหม่ขึ้น ณ บริเวณทิศตะวันตกของอาคารหลังเก่า โดยมีพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม และก่อสร้างแล้วเสร็จ ในปี พ.ศ. 2533

อาณาเขตติดต่อ

ทิศเหนือ          ติดต่อกับ อ.เมืองสิงห์บุรี จ.สิงห์บุรี

ทิศใต้             ติดต่อกับ อ.ไชโย และ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง

ทิศตะวันออก     ติดต่อกับ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี

ทิศตะวันตก      ติดต่อกับ อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี

การเดินทาง

เดินทางจากกรุงเทพมหานครโดยถนนสายเอเชีย (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32) มาทางทิศเหนือประมาณ 133 กิโลเมตร

(Visited 2,261 times, 1 visits today)