โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ)

เข้าชม 10 ครั้ง

โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ)

ความเป็นมาในการดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความ ยากจน (กข.คจ.)
ในปี 2533 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พบว่า คนจนมีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน ได้เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ในเขตชนบท และจากข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน กชช.2 ค ยังบ่งบอกว่า มีหมู่บ้านล้าหลัง หรือหมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 1 อยู่จำนวน 11,608 หมู่บ้าน กระทรวงมหาดไทย จึงกำหนดดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนขึ้น

โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2536 ให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.)

ระยะที่ 1 (ปี 2536 – 2540) จำนวน 11,608 หมู่บ้าน โดยมอบให้กรมการพัฒนาชุมชนเป็นหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการ เพื่อตอบสนองนโยบายการกระจายรายได้ และความเจริญ ไปสู่ส่วนภูมิภาค กระจายโอกาสให้คนยากจนระดับครัวเรือนในหมู่บ้านเป้าหมาย มีเงินทุนในการประกอบอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิต ของคนยากจนให้ดีขึ้น ตามเกณฑ์ความจำเป็นขั้นพื้นฐาน(จปฐ.)

ผลการดำเนินงานระยะที่ 1 ประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง คนยากจนได้มีโอกาสสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสามารถบริหารจัดการกองทุนให้มีประสิทธิภาพได้ด้วยตนเอง อย่างไรก็ดีพบว่าจำนวนคนยากจนยังกระจายตัวอยู่ในหมู่บ้านชนบทอีกจำนวนมาก

คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2540 เห็นชอบในหลักการโครงการ กข.คจ.

ระยะที่ 2 (ปี 2540-2545) จำนวน 28,038 หมู่บ้าน โดยดำเนินการในหมู่บ้านที่มีครัวเรือนยากจนมีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 15,000 บาท/คน/ปี ตามข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ปี 2539 เพื่อขยายการดำเนินงานให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านที่ยังไม่ได้ดำเนินการในระยะที่ 1

ในปี 2544 ยังคงเหลือเป้าหมายอีกจำนวน 10,412 หมู่บ้าน ที่ยังไม่ได้รับงบประมาณ และรัฐบาลได้มีนโยบายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เพื่อสนับสนุนเงินทุน ให้แก่หมู่บ้าน และชุมชนเมืองแห่งละ 1 ล้านบาท ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับโครงการ กข.คจ. จึงมิได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินการต่อไป แต่เป็นการสนับสนุน ให้หมู่บ้านที่ได้รับการสนับสนุน เงินกองทุนโครงการ กข.คจ.ไปแล้ว ได้มีการพัฒนาคุณภาพของกองทุน ให้เข้มแข็ง และสามารถหมุนเวียนในหมู่บ้าน เพื่อขจัดความยากจนให้หมดสิ้นไป

หลักการของโครงการ กข.คจ.
การบริหารจัดการโครงการ กข.คจ. อาจไม่มีรูปแบบตายตัวในทุกประการขึ้นอยู่กับศักยภาพของแต่ละหมู่บ้าน แต่อย่างไรก็ตาม เป็นการบริหารจัดการภายใต้หลักการดำเนินงาน ดังนี้

การมีส่วนร่วมขององค์กรประชาชนและประชาชนในหมู่บ้านเป้าหมายในการร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบและร่วมรับผลประโยชน์
การใช้ข้อมูลครัวเรือนยากจนเป้าหมายจากการจัดเก็บและตรวจสอบขององค์กรประชาชนในหมู่บ้าน
การมอบอำนาจและหน้าที่ ความรับผิดชอบให้องค์กรประชาชนในหมู่บ้านเป้าหมาย คือ คณะกรรมการกองทุน กข.คจ.ประจำหมู่บ้าน ซึ่งเลือกตั้งโดยครัวเรือนยากจน เป็นผู้บริหารจัดการเงินทุนให้หมุนเวียนคงอยู่ในหมู่บ้านตลอดไป โดยมีเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนเป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ติดตามการดำเนินงานกองทุน กข.คจ.ให้มีประสิทธิภาพ
สนับสนุนเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพแก่ครัวเรือนจากจนเป้าหมาย หมู่บ้านละ 280,000 บาท โดยไม่มีดอกเบี้ย
วัตถุประสงค์ของโครงการ กข.คจ.
กระจายโอกาสให้คนยากจนระดับครัวเรือนในหมู่บ้านเป้าหมายมีเงินทุนในการประกอบอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้
พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนยากจนให้ดีขึ้นตามเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน(จปฐ.)
การบริหารจัดการโครงการ กข.คจ.
คณะกรรมการ กข.คจ.หมู่บ้าน องค์ประกอบ

ประธานคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) จำนวน 1 คน
ผู้แทนคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) จำนวน 2 คน
ผู้แทนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) จำนวน 1 คน
อาสาพัฒนาชุมชน จำนวน 1 คน
ผู้แทนคณะกรรมการพัฒนาสตรีหมู่บ้าน จำนวน 1-2 คน
ผู้แทนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต หรือกลุ่มอาชีพ จำนวน 1-2 คน
ผู้แทนองค์กรชุมชนอื่น ๆ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนตามความจำเป็นเหมาะสม โดยให้คณะกรรมการดังกล่าวข้างต้น คัดเลือกกันเอง เพื่อทำหน้าที่ ประธาน รองประธาน เลขานุการ และกรรมการอื่น ๆ ตามความจำเป็นเหมาะสม
อำนาจหน้าที่
บริหารจัดการเงินโครงการ กข.คจ. ของหมู่บ้าน
พิจารณาอนุมัติโครงการและเงินยืมแก่ครัวเรือนเป้าหมายตามโครงการ กข.คจ.
ติดตาม ส่งเสริม สนับสนุนการประกอบอาชีพของครัวเรือนเป้าหมาย
จัดทำระบบข้อมูล จัดทำเอกสาร บัญชีทะเบียนต่าง ๆ ตามโครงการ กข.คจ.
รายงานผลการดำเนินงานตามโครงการ กข.คจ.
แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามโครงการ กข.คจ.
การบริหารโครงการ กข.คจ.
ระดับหมู่บ้าน คณะกรรมการกองทุน กข.คจ.

การจัดเวทีประชาคม
การบริหารเงินทุนของหมู่บ้าน
สนับสนุน ติดตามครัวเรือน
จัดทำเอกสาร บัญชี ทะเบียน
ข้อมูล และรายงาน
ระดับครัวเรือน

เสนอโครงการยืมเงิน
ลงทุนในอาชีพ
บริหารเงินทุน
ใช้คืนเงินยืม
ยืมใหม่ ขยายการลงทุน
การบริหารจัดการเงินทุน 280,000 บาท ตามโครงการ กข.คจ.
เมื่อพัฒนาการอำเภอโอนเข้าบัญชีหมู่บ้านภายใน 3 วัน

บัญชีเงินฝาก คณะกรรมการ กข.คจ.ประจำหมู่บ้าน บัญชีออมทรัพย์คณะกรรมการ กข.คจ.อนุมัติโครงการและเงินยืม
* ทำสัญญายืมเงิน

* แจ้งครัวเรือนเปิดบัญชี

ครัวเรือนเบิก/ถอน ไปประกอบอาชีพ โอนเข้าบัญชีออมทรัพย์ครัวเรือน
* คณะกรรมการ กข.คจ.แจ้งครัวเรือนรับเงินยืม

ครัวเรือนคืนเงินยืมให้กรรมการ กข.คจ.ประจำหมู่บ้าน
* จำนวน/เวลาคืนเงินยืม กำหนดภายใน 5 ปี

เข้าบัญชีเงินฝากของหมู่บ้าน
* กรรมการ กข.คจ.ประจำหมู่บ้านนำเงินฝากเข้าบัญชีภายใน 3 วันทำการ

ขั้นตอนและแนวทางปฏิบัติ จำนวน 17 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1 การคัดเลือกหมู่บ้านเป้าหมายโครงการ กข.คจ.

ขั้นตอนที่ 2 การคัดเลือกครัวเรือนเป้าหมายและการจัดทำบัญชีครัวเรือนเป้าหมาย

ขั้นตอนที่ 3 การฝึกอบรมเตรียมความพร้อมองค์กร/ประชาชน

ขั้นตอนที่ 4 การรับเงินทุนของหมู่บ้านตามโครงการ กข.คจ.

4.1  คณะกรรมการ กข.คจ. ประจำหมู่บ้าน เปิดบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ไว้ธนาคารรัฐบาลชื่อบัญชี “เงินทุน กข.คจ.บ้าน……..หมู่ที่……ตำบล…….” โดยมีกรรมการ 3 คน เป็นผู้เปิดบัญชีและทำนิติกรรมต่าง ๆ

4.2   เงินฝากในบัญชี ได้แก่

4.2.1 เงินอุดหนุนจากรัฐบาล 280,000 บาท

4.2.2 เงินใช้คืนเงินยืมจากครัวเรือนที่ยืมเงิน

4.2.3 เงินดอกเบี้ยที่ได้จากเงินตามโครงการ กข.คจ.

4.2.4 เงินบริจาคและเงินช่วยเหลืออื่น ๆ ที่ให้แก่โครงการ กข.คจ.

4.3 เมื่อคณะกรรมการ กข.คจ.ประจำหมู่บ้านรับเงินแล้ว จะนำฝากเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารโครงการ กข.คจ.ที่เปิดไว้ภายใน 3 วันทำการ

ขั้นตอนที่ 5 การพิจารณาอนุมัติโครงการและการอนุมัติเงินยืม

5.1 ประเภทอาชีพที่ครัวเรือนเป้าหมายสามารถเสนอขอยืมเงินได้มี ดังนี้

5.1.1 อุตสาหกรรมในครัวเรือน

5.1.2 ค้าขาย

5.1.3 งานช่าง

5.1.4 เกษตรกรรม

5.1.5 อาชีพอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการ กข.คจ. ประจำหมู่บ้านเห็นชอบให้ทำได้ เช่น รับจ้างซักรีดผ้า รับซื้อของเก่า เป็นต้น

5.2 ผู้มีสิทธิ์เสนอโครงการและคำขอยืมเงินต่อคณะกรรมการ กข.คจ.ประจำหมู่บ้าน คือ

5.2.1 หัวหน้าครัวเรือนเป้าหมาย

5.2.2 ผู้แทนหัวหน้าครัวเรือนเป้าหมาย

5.3 การพิจารณาวงเงินยืมและกำหนดการใช้คืนเงินยืมของครัวเรือนเป้าหมาย พิจารณาจาก

5.3.1 อาชีพที่เหมาะสมและเป็นไปได้

5.3.2 รายได้ที่จะเกิดขึ้น

5.3.3 ความสามารถในการใช้เงินคืนเงินยืม

5.4 เงื่อนไขในการใช้เงินยืมของครัวเรือนเป้าหมาย คือ

5.4.1 ห้ามนำไปใช้หนี้สินเดิม

5.4.2 ห้ามนำไปบูรณะ ซ่อมแซม ที่อยู่อาศัย

5.4.3 ห้ามนำไปใช้จ่ายในครอบครัว

5.5 ข้อห้ามการบริหารเงินกองทุน กข.คจ.หมู่บ้าน สำหรับคณะกรรมการ กข.คจ. ประจำหมู่บ้านมีดังนี้

5.5.1 ห้ามมิให้อนุมัติยืมแก่ครัวเรือนเป้าหมายที่เคยได้รับเงินยืมแล้ว เว้นแต่ครัวเรือนเป้าหมายในหมู่บ้านที่ได้รับเงินยืมครบทุกครัวเรือนแล้ว

5.5.2 ห้ามนำไปจัดกิจกรรมอื่นนอกเหนือจากการสนับสนุนให้ครัวเรือนยากจนเป้าหมายยืมไปประกอบอาชีพตามแนวทางที่กำหนด

5.5.3 ห้ามนำไปสนับสนุนในหมู่บ้าน และครัวเรือนยากจนอื่น นอกเหนือจากที่กำหนดไว้เป็นหมู่บ้านและครนัวเรือนเป้าหมายตามโครงการ

5.6 กระบวนการอนุมัติเงินยืมของคณะกรรมการกองทุน กข.คจ.

ขั้นตอนที่ 6 การทำสัญญายืมเงินตามโครงการ กข.คจ.

ขั้นตอนที่ 7 การเบิกจ่ายเงินให้ครัวเรือนที่ได้รับอนุมัติให้ยืมเงิน

ขั้นตอนที่ 8 การรายงานผลการดำเนินงานตามโครงการ กข.คจ. คณะกรรมการ กข.คจ.หมู่บ้านและการจัดทำเอกสารบัญชี

ขั้นตอนที่ 9 การรับคืนเงินยืมจากครัวเรือน

ขั้นตอนที่ 10 การหมุนเวียนการยืมให้กับครัวเรือนในครั้งต่อ ๆไป

ขั้นตอนที่ 11 การติดตามกำกับดูแลและสนับสนุนครัวเรือนที่ยืมเงินไปประกอบอาชีพ

ขั้นตอนที่ 12 การประชาสัมพันธ์โครงการ กข.คจ.

ขั้นตอนที่ 13 การประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนที่ 14 การสนับสนุนให้ครัวเรือนเป้าหมายพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

ขั้นตอนที่ 15 การสนับสนุนโครงการ กข.คจ.

ขั้นตอนที่ 16 เครือข่ายหมู่บ้าน กข.คจ.

ขั้นตอนที่ 17 ความเข้มแข็งของชุมชนโดยโครงการ กข.คจ

(Visited 10 times, 1 visits today)