กลุ่มเสื้อผ้าบาติก ต.ลำปำ อ.เมืองพัทลุง สนองพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 15.45 น. นายชัยวัฒน์ แสงศรี ผู้ตรวจราชการ กรมการพัฒนาชุมชน ตรวจติดตามผลการขับเคลื่อน กลุ่มเสื้อผ้าบาติก ลำปำ สนองพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ณ กลุ่มเสื้อผ้าบาติกลำปำ ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง
ในการนี้ นางลภารมย์ พัฒนาการจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วย นายเสรี จิตรเวช ผอ.กลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน นายประพันธ์ วรรณบวร ผอ.กลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน นางพัชจิรา บัวสองสี นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ รักษาการในตำแหน่ง ผอ.กลุ่มงานประสานและสนับสนุนฯ นางสาวอิ่มใจ คชพันธ์ พัฒนาการอำเภอเมืองพัทลุง และนักวิชาการพัฒนาชุมชน ลงพื้นที่ติดตามผลการขับเคลื่อนกลุ่มเสื้อผ้าบาติก ลำปำ สนองพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา
โดยผู้ตรวจราชการกรมฯ ได้ให้กำลังใจแก่กลุ่มฯ และกล่าวว่า เนื่องด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งมีสิ่งสำคัญ 2 อย่างได้แก่ 1. คำว่า “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ทำให้ทุกคนหันมาสวมใส่ผ้าไทยกันอย่างแพร่หลาย เห็นการตื่นตัวจากทั่วประเทศ เดิมผ้าไทยที่เห็นว่าเป็นสิ่งที่เป็นทางการ จนปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่หันมาสวมใส่กันมากขึ้น
2. การอนุรักษ์ศิลป์ ผ้าถิ่นไทยดำรงไว้ในแผ่นดิน การที่ได้รับลายพระราชทาน “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ซึ่งมีความหมาย สำหรับ “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” เป็นลายผ้าที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงประทานพระอนุญาตแบบลายมัดหมี่ให้กับกลุ่มทอผ้าทุกกลุ่ม ทุกเทคนิค สามารถนำไปใช้ทอผ้า ผลิตผ้าได้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่และสื่อความหมายถึงการส่งมอบความรักและความสุขให้แก่ชาวไทยทุกคน ซึ่งนับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยลาย “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ทุกลวดลายเปี่ยมไปด้วยความหมาย อาทิ ลาย S หมายถึง Sirivannavari สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ลาย S จำนวน 10 แถว หมายถึงพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ลายเชิงผ้ารูปหัวใจ หมายถึงความรักที่พระองค์มีต่อประชาชนชาวไทยทุกคน = Eternal Love
ทำให้ทุกกลุ่มนำไปพัฒนาต่อยอดกันอย่างแพร่หลาย เป็นลายที่เป็นมงคล ตอนนี้ตลาดผ้าไทยพัฒนาขึ้น ด้วยส่วนราชการทุกส่วนก็หันมาสวมใส่ ผู้นำชุมชน ภาคีเครือข่าย ต่อยอดกันไป ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจฐานราก เราได้เห็นกระบวนการตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง สร้างความมั่นคงที่ยั่งยืนให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการและชุมชนต่อไป
(Visited 1,008 times, 2 visits today)