ประวัติความเป็นมา

ข้อมูลทั่วไปอำเภอเมืองร้อยเอ็ด

ข้อมูลประวัติความเป็นมาของอำเภอเมืองร้อยเอ็ด

ประวัติเมืองร้อยเอ็ดโดยสังเขปนี้ค้นคว้าจากตำนานอุรังคธาตุ ซึ่งเป็นหนังสือใบลานจารด้วยตัวอักขระ

ไทยน้อยจากหอไตร  วัดหลวง  เมืองหลวงพระบางนี้ข้อความพิสดาร ๑๓ ผูกใบลาน  ซึ่งเจ้าคุณพระพนมเจติ

ยานุรักษ์   อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครพนม (ฝ่ายธรรมยุต)  ได้แปลเป็นหนังสือไทยเมื่อ พ.ศ.  ๒๔๗๙  มีข้อความ

เกี่ยวกับเมืองร้อยเอ็ดโดยสังเขปดังนี้

ประวัติเมืองร้อยเอ็ด  แบ่งออกเป็น  ๓  สมัย

๑.สมัยพุทธกาล

๒.สมัยผาแดง

๓.สมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์

เมืองร้อยเอ็ดสมัยพุทธกาล  ปรากฏตามตำนานอุรังคธาตุ ว่า ปางเมื่อพระพุทธเจ้าเสร็จดับขันธ์ปรินิพพานได้แปดปีปลายเดือนนั้น  พระกัสสปะอัครสาวกพระอรหันต์เจ้าผู้ใกล้ชิดพระพุทธองค์ได้อัญเชิญ       อุรังคธาตุของพระพุทธเจ้าดำเนินไปยังเบื้องบูรพาแห่งชมพูทวีป  จากกุฉินารายณ์ปาวาย  เพื่อไปประดิษฐาน  ณ  ดอยกัปปนคีรี  (ภูกำพร้า)  ตามที่พระพุทธองค์ได้ทรงดำรัสไว้เป็นปัจฉิมพจน์     ณ  เบื้องบูรพาแห่งชมพูทวีปนั้น  อดีตกาลนานมาแล้วมีเอกมหานครอยู่  ๔  นคร  คือ

  1. เมืองสากลนคร (จังหวัดสกลนคร)
  2. เมืองสาเกตุนคร (เมืองร้อยเอ็ด)
  3. เมืองรุกขนคร (เมืองธาตุพนม - เมืองป่าไม้รวก)
  4. เมืองอินทรปัฏฐนคร (เมืองนครพนมเปญ 

เบื้องบูรพาแห่งชมพูทวีปนั้น  เมืองสาเกตุนครเป็นเมืองใหญ่  อยู่ศูนย์กลางเมืองขึ้นใหญ่น้อยทั้งหลายตามหนังสืออักขระไทยน้อยของท่านเจ้าคุณพระพนมเจติยานุรักษ์มีที่พอจะสันนิษฐานเกี่ยวกับเมืองร้อยเอ็ด

อยู่  ๓  แห่ง

เมืองสาเกตุ...........ประตู  ( ตกขาดลบหายคำว่า ( “นคร ๑๐๑”)

เมือง...........นคร..........ประตู  ( ตกคำว่า “สาเกตุกับ ๑๐๑”)

เมือง............๑๐๑  ( ตกคำว่า “สาเกตุนคร”)

สรุปแล้วอ่านได้ความว่า  เมืองสาเกตุนคร  ๑๐๑  ประตู ( ๑๐๑ อ่านว่าสิบเอ็ด )

ตามตำนานอุรังคธาตุมีตัวอักขระเขียน (จาร) เมือง  ๑๐๑  เกือบทุกแห่ง  จึงได้กลายมาเป็นเมืองร้อยเอ็ด (เข้าใจว่าจารย์แก้ว  ท้าวมืด  ท้าวธน  คงพบอักขระใบลานอุรังคธาตุเมือง  ๑๐๑  นี้  แล้วจึงตั้งชื่อเป็น

เมืองร้อยเอ็ดในปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นตอนที่ ๓ ที่จะกล่าวถึงประวัติเมืองร้อยเอ็ดตามพระราชพงศาวดาร    กรุงรัตนโกสินทร์ฉบับหอสมุดแห่งชาติ

อดีตกาลเมื่อพระกัสสปะอัครสาวกได้นำอุรังคธาตุมาประดิษฐานไว้  ณ  ดอยกัปปนคีรี -  ภูกำพร้าแล้วคงจะเป็นระยะสมัยศาสนกิจมีอิทธิพลเหนืออาณาจักรจึงได้มีการมอบหมายให้นครใหญ่ทั้ง ๔ นครผลัดเปลี่ยนเวรดูและทำนุบำรุงพระอุรังคธาตุนครละ  ๓  ปี

เมืองสาเกตุนคร (เมืองร้อยเอ็ด) มีเจ้าผู้ครองนครชื่อพระเจ้ากุลุนฑะ  มีเมืองขึ้นขอบขันธสีมา ๑๐๑ เมือง ( ๑๐๑  อ่านว่าสิบเอ็ด )  มีทางเข้าสู่เมือง  ๑๑  ทาง  จึงมีประตูเมือง  ๑๑  ประตู  ตามภาษาโบราณเขียนว่า  “นครร้อยเอ็ดประตู”

พระเจ้ากุลุนฑะจะครองเมืองสาเกตุนครนานเท่าไร ไม่ปรากฏระยะเวลาในตำนานอุรังคธาตุบางแห่งเรียกว่าอาณาจักรกุลุนฑะ เมืองสาเกตุนครจึงเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรกุลุนฑะ เริ่มราวสมัยต้นพุทธกาลตามตำนานปรากฏสืบต่อมาว่าเจ้าผู้ครองนครสาเกตุพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่าพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช มีพระราชเทวีชื่อนางรัตนเทวี  มีโอรสชื่อ  ท้าวสังขวิชช  (ท้าวหอยสังข์) พระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช ตามตำนานอุรังคธาตุว่าขาดความเลื่อมศรัทธาในพระอุรังธาตุมิได้ส่งข้าช่วงใช้ไพร่พลไปปฏิบัติทำนุบำรุง พระอุรังคธาตุดังเช่นที่ได้เคยกระทำมาแต่กาลก่อน

ในตำนานตอนหนึ่งกล่าวว่าท้าวกางโฮง  เป็นชู้กับนางรัตนเทวี  หัวเมืองขึ้นต่างๆ ๑๑ หัวเมืองนั้นพากันกระด้างกระเดื่องเป็นกบฏเข้ายึดเมืองสาเกตุนคร  (เมืองร้อยเอ็ด)  จับพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช  สำเร็จโทษ  ส่วนท้าวกางโฮงได้พานางรัตนเทวีและท้าวสังขวิชชราชโอรสไปอยู่เมืองลา (อยู่แขวงเมืองเวียงคุกตรงข้ามห้วยเก้าคดเก้าเลี้ยว  อาศัยอยู่กับนางอินทร์สวรรค์ลงจอด บางแห่งว่านางอินทร์แปง นางอินทร์แปงเป็นราชเทวีของพระเจ้าบุรีจันทร์อ้วยล้วย)

ตั้งแต่สมัยพระเจ้ากุลุนฑะจนถึงสมัยพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราชนั้น  มีเมืองขึ้นอยู่ ๑๑ เมือง  มีทางเข้าประตู  ๑๑  ประตู สาเกตุนคร (เมืองร้อยเอ็ด) จึงมีเมืองขึ้นปรากฏตามภูมิภาคใกล้เคียง  ที่มีชื่อปรากฏอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้   คือ

๑.  เมืองเซียงเหียน  (อยู่จังหวัดมหาสารคาม)

๒.  เมืองสีแก้ว  (บ้านสีแก้ว  อำเมืองร้อยเอ็ด)

๓.  เมืองฟ้าแดด  (บ้านฟ้าแดดสูงยาง  อำเภอกมลาไสย  จังหวัดกาฬสินธุ์)

๔.  เมืองเปือย  (บ้านเมืองเปลือย  อำเภอเมืองร้อยเอ็ด)

๕.  เมืองทอง  (บ้านเมืองทอง  อำเภอเมืองร้อยเอ็ด)

๖.  เมืองหงษ์  (บ้านเมืองหงษ์  อำเภอจักตุรพักตรพิมาน)

๗.  เมืองบัว  (บ้านเมืองบัว  อำเภอเกษตรวิสัย)

๘.  เมืองคอง  (อำเภอเมืองสรวง)

๙.  เมืองเซียงขวง  (บ้านจาน  อำเภอธวัชบุรี)

๑๐. เมืองเซียงดี  (บ้านหัวโนน  อำเภอธวัชบุรี)

๑๑. เมืองไพ  (บ้านเมืองไพร  อำเภอเสลภูมิ)

ประตูเมือง  ๑๑  ประตูเมืองสาเกตุนครมี   ดังนี้

ด้านทิศเหนือ  คือ  ประตูเมืองฟ้าแดด  เมืองสีแก้ว  เมืองเซียงเหียน

ด้านทิศตะวันตก  คือ  ประตูเมืองเปือย  เมืองทอง  เมืองหงษ์

ด้านทิศใต้  คือ ประตูเมืองบัว  เมืองคอง

ด้านทิศตะวันออก  คือ  ประตูเมืองเซียงขวง  เมืองเซียงดี  เมืองไพ

อาณาจักรกุลุนฑะจึงเป็นอาณาจักรที่มีการปกครองและรัฐประศาสนศาสตร์แตกต่างกับอาณาจักรอื่นๆ เพราะมีเส้นทางเข้าสู่เมืองหลวง  ๑๑  ทาง  ซึ่งเป็นของแต่ละเมืองขึ้นสร้างตรงไปยังสาเกตุนครและมีทางเข้า ๑๑  ประตู มีรหัสควบคุมการเข้าเมือง เข้าใจว่าสมัยพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราชก็เป็นชื่อภาษาขอมมีคำกลอนโบราณบทหนึ่งที่กล่าวถึงสาเกตุนครว่า  “เมืองสิบเอ็ดฝักตู  สิบแปดป่องเอี้ยมซาวเก้าแม่ขั่นได”  ทั้งนี้เพราะมีการสร้างวิหารสูง  ๖  ชั้น ขึ้นที่กลางเมืองคือกลางบึงพลาญชัยให้มีบันไดถึง  ๒๙  ขั้น มีหน้าต่าง  ๑๘  ช่อง และมีประตู  ๑๑  ช่อง  (โบราณเขียนเป็น  ๑๐๑)

ภูมิอากาศ

ลักษณะทางภูมิอากาศเป็นแบบมรสุม  มี  ๓  ฤดู  คือ

ฤดูร้อน     เริ่มตั้งแต่   เดือนกุมภาพันธ์   ถึง  เดือนพฤษภาคม   อุณหภูมิเฉลี่ย   ๓๘   องศาเซลเซียส

ฤดูฝน       เริ่มตั้งแต่   เดือนพฤษภาคม  ถึง  เดือนตุลาคม       อุณหภูมิเฉลี่ย    ๒๗   องศาเซลเซียส

ฤดูหนาว   เริ่มตั้งแต่   เดือนตุลาคม       ถึง  เดือนกุมภาพันธ์   อุณหภูมิเฉลี่ย    ๒๐   องศาเซลเซียส

 

การปกครอง

แบ่งเขตการปกครองตามพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองท้องที่  พุทธศักราช  ๒๔๕๗   เป็น

จำนวน    ๑๔     ตำบล     ๒๐๑   หมู่บ้าน     เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด    จำนวน   ๒๐   ชุมชน     ดังนี้

๑. เทศบาลตำบลโนนตาล          มี        ๑๐      หมู่บ้าน 

๒. เทศบาลตำบลปอภาร           มี        ๑๔      หมู่บ้าน 

๓. เทศบาลตำบลสีแก้ว             มี        ๒๒      หมู่บ้าน 

๔. ตำบลเหนือเมือง                 มี        ๒๓      หมู่บ้าน

๕. ตำบลรอบเมือง                  มี        ๒๐      หมู่บ้าน  

๖. ตำบลสะอาดสมบูรณ์            มี        16      หมู่บ้าน 

๗. ตำบลขอนแก่น                 มี        ๑๔      หมู่บ้าน 

๘. ตำบลหนองแวง                มี        ๑๕      หมู่บ้าน 

๙. ตำบลดงลาน                    มี        ๑๔      หมู่บ้าน

๑๐.ตำบลหนองแก้ว                มี        ๑๓      หมู่บ้าน 

๑๑.ตำบลแคนใหญ่                 มี        ๑๑      หมู่บ้าน 

๑๒. ตำบลนาโพธิ์                  มี        ๑๐      หมู่บ้าน 

๑๓.  ตำบลเมืองทอง              มี        ๑๐      หมู่บ้าน

๑๔.  ตำบลโนนรัง                 มี        ๙       หมู่บ้าน 

(Visited 459 times, 1 visits today)