โครงการ กข.คจ.

เข้าชม 869 ครั้ง

ความเป็นมาในการดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.)

ความเป็นมาในการดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน(กข.คจ.)
ในปี 2533 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พบว่า คนจนมีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน ได้เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ในเขตชนบท และจากข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน กชช.2 ค ยังบ่งบอกว่า มีหมู่บ้านล้าหลัง หรือหมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 1 อยู่จำนวน 11,608 หมู่บ้าน กระทรวงมหาดไทย จึงกำหนดดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนขึ้น โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2536 ให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) ระยะที่ 1 (ปี 2536 – 2540) จำนวน 11,608 หมู่บ้าน โดยมอบให้กรมการพัฒนาชุมชนเป็นหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการ เพื่อตอบสนองนโยบายการกระจายรายได้ และความเจริญ ไปสู่ส่วนภูมิภาค กระจายโอกาสให้คนยากจนระดับครัวเรือนในหมู่บ้านเป้าหมาย มีเงินทุนในการประกอบอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิต ของคนยากจนให้ดีขึ้น ตามเกณฑ์ความจำเป็นขั้นพื้นฐาน(จปฐ.)
ผลการดำเนินงานระยะที่ 1 ประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง คนยากจนได้มีโอกาสสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสามารถบริหารจัดการกองทุนให้มีประสิทธิภาพได้ด้วยตนเอง อย่างไรก็ดีพบว่าจำนวนคนยากจนยังกระจายตัวอยู่ในหมู่บ้านชนบทอีกจำนวนมาก
คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2540 เห็นชอบในหลักการโครงการ กข.คจ.
ระยะที่ 2 (ปี 2540-2545) จำนวน 28,038 หมู่บ้าน โดยดำเนินการในหมู่บ้านที่มีครัวเรือนยากจนมีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 15,000 บาท/คน/ปี ตามข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ปี 2539 เพื่อขยายการดำเนินงานให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านที่ยังไม่ได้ดำเนินการในระยะที่ 1
ในปี 2544 ยังคงเหลือเป้าหมายอีกจำนวน 10,412 หมู่บ้าน ที่ยังไม่ได้รับงบประมาณ และรัฐบาลได้มีนโยบายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เพื่อสนับสนุนเงินทุน ให้แก่หมู่บ้าน และชุมชนเมืองแห่งละ 1 ล้านบาท ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับโครงการ กข.คจ. จึงมิได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินการต่อไป แต่เป็นการสนับสนุน ให้หมู่บ้านที่ได้รับการสนับสนุน เงินกองทุนโครงการ กข.คจ.ไปแล้ว ได้มีการพัฒนาคุณภาพของกองทุน ให้เข้มแข็ง และสามารถหมุนเวียนในหมู่บ้าน เพื่อขจัดความยากจนให้หมดสิ้นไป หลักการของโครงการ กข.คจ.
การบริหารจัดการโครงการ กข.คจ. อาจไม่มีรูปแบบตายตัวในทุกประการขึ้นอยู่กับศักยภาพของ
แต่ละหมู่บ้าน แต่อย่างไรก็ตาม เป็นการบริหารจัดการภายใต้หลักการดำเนินงาน ดังนี้
1. การมีส่วนร่วมขององค์กรประชาชนและประชาชนในหมู่บ้านเป้าหมายในการร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบและร่วมรับผลประโยชน์
2. การใช้ข้อมูลครัวเรือนยากจนเป้าหมายจากการจัดเก็บและตรวจสอบขององค์กรประชาชน
ในหมู่บ้าน
3. การมอบอำนาจและหน้าที่ ความรับผิดชอบให้องค์กรประชาชนในหมู่บ้านเป้าหมาย คือ คณะกรรมการกองทุน กข.คจ.ประจำหมู่บ้าน ซึ่งเลือกตั้งโดยครัวเรือนยากจน เป็นผู้บริหารจัดการเงินทุนให้หมุนเวียนคงอยู่ในหมู่บ้านตลอดไป โดยมีเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนเป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ติดตามการดำเนินงานกองทุน กข.คจ.ให้มีประสิทธิภาพ
4. สนับสนุนเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพแก่ครัวเรือนจากจนเป้าหมาย หมู่บ้านละ 280,000 บาท โดยไม่มีดอกเบี้ย

วัตถุประสงค์ของโครงการ กข.คจ.
1. กระจายโอกาสให้คนยากจนระดับครัวเรือนในหมู่บ้านเป้าหมายมีเงินทุนในการประกอบอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้
2. พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนยากจนให้ดีขึ้นตามเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน(จปฐ.)

การบริหารจัดการโครงการ กข.คจ.
คณะกรรมการ กข.คจ.หมู่บ้าน องค์ประกอบ
1. ประธานคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) จำนวน 1 คน
2. ผู้แทนคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) จำนวน 2 คน
3. ผู้แทนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) จำนวน 1 คน
4. อาสาพัฒนาชุมชน จำนวน 1 คน
5. ผู้แทนคณะกรรมการพัฒนาสตรีหมู่บ้าน จำนวน 1-2 คน
6. ผู้แทนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต หรือกลุ่มอาชีพ จำนวน 1-2 คน
7. ผู้แทนองค์กรชุมชนอื่น ๆ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนตามความจำเป็นเหมาะสม โดยให้คณะกรรมการดังกล่าวข้างต้น คัดเลือกกันเอง เพื่อทำหน้าที่ ประธาน รองประธาน เลขานุการ และกรรมการอื่น ๆ ตามความจำเป็นเหมาะสม

อำนาจหน้าที่
1. บริหารจัดการเงินโครงการ กข.คจ. ของหมู่บ้าน
2. พิจารณาอนุมัติโครงการและเงินยืมแก่ครัวเรือนเป้าหมายตามโครงการ กข.คจ.
3. ติดตาม ส่งเสริม สนับสนุนการประกอบอาชีพของครัวเรือนเป้าหมาย
4. จัดทำระบบข้อมูล จัดทำเอกสาร บัญชีทะเบียนต่าง ๆ ตามโครงการ กข.คจ.
5. รายงานผลการดำเนินงานตามโครงการ กข.คจ.
6. แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามโครงการ กข.คจ.

การบริหารโครงการ กข.คจ.

ระดับหมู่บ้าน คณะกรรมการกองทุน กข.คจ.

  • การจัดเวทีประชาคม
  • การบริหารเงินทุนของหมู่บ้าน
  • สนับสนุน ติดตามครัวเรือน
  • จัดทำเอกสาร บัญชี ทะเบียน
  • ข้อมูล และรายงาน

ระดับครัวเรือน

  • เสนอโครงการยืมเงิน
  • ลงทุนในอาชีพ
  • บริหารเงินทุน
  • ใช้คืนเงินยืม
  • ยืมใหม่ ขยายการลงทุน

บริหารจัดการเงินทุน 280,000 บาท ตามโครงการ กข.คจ.
เมื่อพัฒนาการอำเภอโอนเข้าบัญชีหมู่บ้านภายใน 3 วัน
1. บัญชีเงินฝาก คณะกรรมการ กข.คจ.ประจำหมู่บ้าน บัญชีออมทรัพย์
* คณะกรรมการ กข.คจ.อนุมัติโครงการและเงินยืม
* ทำสัญญายืมเงิน
* แจ้งครัวเรือนเปิดบัญชี
2. ครัวเรือนเบิก/ถอน ไปประกอบอาชีพ โอนเข้าบัญชีออมทรัพย์ครัวเรือน
* คณะกรรมการ กข.คจ.แจ้งครัวเรือนรับเงินยืม
3. ครัวเรือนคืนเงินยืมให้กรรมการ กข.คจ.ประจำหมู่บ้าน
* จำนวน/เวลาคืนเงินยืม กำหนดภายใน 5 ปี
4. เข้าบัญชีเงินฝากของหมู่บ้าน
กรรมการ กข.คจ.ประจำหมู่บ้านนำเงินฝากเข้าบัญชีภายใน 3 วันทำการ

ขั้นตอนและแนวทางปฏิบัติ  จำนวน 17 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1 การคัดเลือกหมู่บ้านเป้าหมายโครงการ กข.คจ.
ขั้นตอนที่ 2 การคัดเลือกครัวเรือนเป้าหมายและการจัดทำบัญชีครัวเรือนเป้าหมาย
ขั้นตอนที่ 3 การฝึกอบรมเตรียมความพร้อมองค์กร/ประชาชน
ขั้นตอนที่ 4 การรับเงินทุนของหมู่บ้านตามโครงการ กข.คจ.

4.1  คณะกรรมการ กข.คจ. ประจำหมู่บ้าน เปิดบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ไว้
ธนาคารรัฐบาลชื่อบัญชี “เงินทุน กข.คจ.บ้าน……..หมู่ที่……ตำบล…….” โดยมีกรรมการ 3 คน เป็นผู้เปิดบัญชีและทำนิติกรรมต่าง ๆ
4.2   เงินฝากในบัญชี ได้แก่
4.2.1 เงินอุดหนุนจากรัฐบาล 280,000 บาท
4.2.2 เงินใช้คืนเงินยืมจากครัวเรือนที่ยืมเงิน
4.2.3 เงินดอกเบี้ยที่ได้จากเงินตามโครงการ กข.คจ.
4.2.4 เงินบริจาคและเงินช่วยเหลืออื่น ๆ ที่ให้แก่โครงการ กข.คจ.
4.3 เมื่อคณะกรรมการ กข.คจ.ประจำหมู่บ้านรับเงินแล้ว จะนำฝากเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารโครงการ กข.คจ.ที่เปิดไว้ภายใน 3 วันทำการ
ขั้นตอนที่ 5 การพิจารณาอนุมัติโครงการและการอนุมัติเงินยืม
5.1 ประเภทอาชีพที่ครัวเรือนเป้าหมายสามารถเสนอขอยืมเงินได้มี ดังนี้
5.1.1 อุตสาหกรรมในครัวเรือน
5.1.2 ค้าขาย
5.1.3 งานช่าง
5.1.4 เกษตรกรรม
5.1.5 อาชีพอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการ กข.คจ. ประจำหมู่บ้านเห็นชอบให้ทำได้ เช่น รับจ้างซักรีดผ้า รับซื้อของเก่า เป็นต้น
5.2 ผู้มีสิทธิ์เสนอโครงการและคำขอยืมเงินต่อคณะกรรมการ กข.คจ.ประจำหมู่บ้าน คือ
5.2.1 หัวหน้าครัวเรือนเป้าหมาย
5.2.2 ผู้แทนหัวหน้าครัวเรือนเป้าหมาย
5.3 การพิจารณาวงเงินยืมและกำหนดการใช้คืนเงินยืมของครัวเรือนเป้าหมาย พิจารณาจาก
5.3.1 อาชีพที่เหมาะสมและเป็นไปได้
5.3.2 รายได้ที่จะเกิดขึ้น
5.3.3 ความสามารถในการใช้เงินคืนเงินยืม
5.4 เงื่อนไขในการใช้เงินยืมของครัวเรือนเป้าหมาย คือ
5.4.1 ห้ามนำไปใช้หนี้สินเดิม
5.4.2 ห้ามนำไปบูรณะ ซ่อมแซม ที่อยู่อาศัย
5.4.3 ห้ามนำไปใช้จ่ายในครอบครัว
5.5 ข้อห้ามการบริหารเงินกองทุน กข.คจ.หมู่บ้าน สำหรับคณะกรรมการ กข.คจ. ประจำหมู่บ้านมีดังนี้
5.5.1 ห้ามมิให้อนุมัติยืมแก่ครัวเรือนเป้าหมายที่เคยได้รับเงินยืมแล้ว เว้นแต่ครัวเรือนเป้าหมายในหมู่บ้านที่ได้รับเงินยืมครบทุกครัวเรือนแล้ว
5.5.2 ห้ามนำไปจัดกิจกรรมอื่นนอกเหนือจากการสนับสนุนให้ครัวเรือนยากจนเป้าหมายยืมไปประกอบอาชีพตามแนวทางที่กำหนด
5.5.3 ห้ามนำไปสนับสนุนในหมู่บ้าน และครัวเรือนยากจนอื่น นอกเหนือจากที่กำหนดไว้เป็นหมู่บ้านและครนัวเรือนเป้าหมายตามโครงการ
5.6 กระบวนการอนุมัติเงินยืมของคณะกรรมการกองทุน กข.คจ.
ขั้นตอนที่ 6 การทำสัญญายืมเงินตามโครงการ กข.คจ.
ขั้นตอนที่ 7 การเบิกจ่ายเงินให้ครัวเรือนที่ได้รับอนุมัติให้ยืมเงิน
ขั้นตอนที่ 8 การรายงานผลการดำเนินงานตามโครงการ กข.คจ. คณะกรรมการ กข.คจ.หมู่บ้านและการจัดทำเอกสารบัญชี
ขั้นตอนที่ 9 การรับคืนเงินยืมจากครัวเรือน
ขั้นตอนที่ 10 การหมุนเวียนการยืมให้กับครัวเรือนในครั้งต่อ ๆไป
ขั้นตอนที่ 11 การติดตามกำกับดูแลและสนับสนุนครัวเรือนที่ยืมเงินไปประกอบอาชีพ
ขั้นตอนที่ 12 การประชาสัมพันธ์โครงการ กข.คจ.
ขั้นตอนที่ 13 การประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ขั้นตอนที่ 14 การสนับสนุนให้ครัวเรือนเป้าหมายพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
ขั้นตอนที่ 15 การสนับสนุนโครงการ กข.คจ.
ขั้นตอนที่ 16 เครือข่ายหมู่บ้าน กข.คจ.
ขั้นตอนที่ 17 ความเข้มแข็งของชุมชนโดยโครงการ กข.คจ.

การดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.)
ความเป็นมาแนวคิดและหลักการ
โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) เป็นโครงการของรัฐที่มุ่งยกระดับรายได้ของครัวเรือนที่มีฐานยากจน ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการประกอบอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่น การพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านอื่น ๆ ของประชาชนในหมู่บ้านตามเกณฑ์ จปฐ.ยุทธวิธีดำเนินงาน
ดำเนินงานในหมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับหนึ่ง ตามแบบสำรวจข้อมูลหมู่บ้าน กชช.2 โดยให้มีการพัฒนาใน 2 ส่วน คือ
ส่วนแรก  เน้นการพัฒนาครัวเรือยากจน (มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน) ที่อยู่ในหมู่บ้านเป้าหมายให้มีรายได้และมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นและพ้นขีดความยากจน
ส่วนที่สอง  เน้นการพัฒนาหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านให้ผ่านเกณฑ์ จปฐ.เงินทุนโครงการ กข.คจ.
เป็นเงินอุดหนุนจากรัฐบาล หมู่บ้านละ 280,000 บาท เพื่อให้ครัวเรือนยากจนเป้าหมาย ขอยืมไปใช้เป็นทุนในการประกอบอาชีพ โดยไม่คิดดอกเบี้ย
อาชีพที่สามารถเสนอเพื่อยืมเงินได้
1. เกษตรกรรม
2. อุตสาหกรรมในครัวเรือน
3. ค้าขาย
4. งานช่าง
5. อื่น ๆ ตามที่ กม.เห็นชอบข้อห้ามการใช้เงิน
1. ห้ามนำไปใช้หนี้ที่มีอยู่เดิม
2. ห้ามนำไปบูรณะซ่อมแซมที่อยู่อาศัย
3. ห้ามนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวการเก็บรักษาเงินทุน
เปิดบัญชีเงินฝากไว้ที่ธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ หรือธนาคารพาณิชย์ ชื่อบัญชี “บัญชีเงินฝากคณะกรรมการหมู่บ้าน
(ระบุชื่อบ้าน) หมู่ที่…………ตำบล…………อำเภอ……….จังหวัด……….ตามโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน”ผู้มีสิทธิขอยืมเงิน
1. หัวหน้าครัวเรือน
2. ผู้แทนหัวหน้าครัวเรือน ซึ่งต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของครัวเรือนเป้าหมายการพิจารณาวงเงินยืม
1. เป็นอาชีพที่เหมาะสมและเป็นไปได้
2. เป็นอาชีพที่ก่อให้เกิดรายได้
3. มีความสามารถใช้คืนเงินยืมตามสัญญา

การอนุมัติเงินยืม
คณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ประจำหมู่บ้าน พิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการ และอนุมัติเงินยืมการเบิกจ่ายเงินยืม
คณะกรรมการกองทุน กข.คจ.ประจำหมู่บ้านโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของหัวหน้าครัวเรือนเต็มจำนวนที่ได้รับอนุมัติให้ยืมและออกใบรับเงินยืมของครัวเรือน

ข้อมูลโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) อำเภอกระทุ่มแบน สามารถโหลดข้อมูลได้ที่ ดาวน์โหลด

(Visited 869 times, 1 visits today)