ประวัติความเป็นมา

น้ำตกวังเต่า เขาจอมทอง สองเขื่อนงามล้ำ ถ้ำวัวแดง ศิลาแลงปรางค์ครบุรี บารมีหลวงปู่นิล

                ครบุรี  เป็นอำเภอหนึ่งทางตอนใต้ของจังหวัดนครราชสีมา อยู่ห่างจากตัวจังหวัดนครราชสีมาประมาณ 58 กิโลเมตร พื้นที่ทางตอนใต้ของครบุรีอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ที่ได้รับการประกาศให้เป็น "มรดกโลกทางธรรมชาติ" จากองค์การยูเนสโก ภายใต้ชื่อกลุ่ม ดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำสายสำคัญของ แม่น้ำมูล ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ประวัติศาสตร์

            อำเภอครบุรี เดิมมีฐานะเป็นกิ่งอำเภอ อยู่ในเขตการปกครองของอำเภอกระโทก หรืออำเภอโชคชัยในปัจจุบัน โดยได้รับการยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอ ในปีพุทธศักราช 2450 ซึ่งขณะนั้นมีเขตการปกครอง รวม 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลแซะ ตำบลจระเข้หิน และตำบลสระตะเคียน เรียกว่า "กิ่งอำเภอแชะ" เนื่องจากที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอ อยู่ในเขตหมู่บ้านแชะ ตำบลแชะ

             ต่อมาในปี พุทธศักราช 2482 ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอ และได้ชื่อว่า "อำเภอครบุรี" โดยรวมพื้นที่กิ่งอำเภอแชะเดิม กับตำบลครบุรีที่แยกมาจากกิ่งอำเภอสะแกราช เนื่องจากกิ่งอำเภอสะแกราชถูกยุบให้ไปรวมกับอำเภอปักธงชัย สำหรับคำว่า"แชะ"เป็นภาษาพื้นเมือง ส่วนภาษาไทยคือคำว่า "แฉะ" ซึ่งแปลว่า เปียก หรือชุ่มน้ำอยู่เสมอ จากการบอกเล่าของผู้สูงอายุในหมู่บ้านต่างๆ ได้รับการบอกเล่าว่าการที่ได้ชื่อว่า "บ้านแชะ" นั้นมาจากสภาพของหมู่บ้านซึ่งเป็นที่ต่ำและมีโคลนตมอยู่ทั่วไป ชาวบ้านจึงเรียกว่า "บ้านแชะ" คำว่า "ครบุรี" กร่อนมาจากคำว่า สาครบุรี ซึ่งแปลว่า เมืองต้นน้ำ หรือเมืองสายน้ำ เพราะมีแควน้ำน้อยใหญ่หลายสาย จึงเรียกว่า "เมืองสาครบุรี" ต่อมาคำว่า "สา" กล่อนหายไปเหลือเพียงคำว่า "ครบุรี"มาตราบจนทุกวันนี้

“โบราณสถานปรางค์บุรี เป็นอโรคยศาล หรือศาสนสถานประจำโรงพยาบาล สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ประมณ พ.ศ. 1724-1763  หรือในพุทธศตวรรษที่ 18

เป็นกลุ่มอาคาร ประกอบด้วยปราสาทประธาน สร้างด้วยศิลาแดง หินทราย และอิฐ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก   บรรณาลัยอยู่ทางด้านทิศตะวันตก  กำแพงแก้ว  ซึ่งล้อมรอบประสาทประธานและบรรณาลัย  มีซุ้มประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออกนอกกำแพงแก้ว  ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีสระน้ำ 1 สระ 

กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานแห่งชาติ  ในราชกิจจานุเบกษา เรื่องการกำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับสถานแห่งชาติเล่มที่ 53 หน้า 1529 วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2479 และประกาศกำหนดเขตที่ดินโบราณ เล่มที่ 98 ตอนที่ 104  วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2524”

 

                                                                                                                                                                           **อ้างอิงข้อมูลจากกรมศิลปากร

ภูมิศาสตร์

ที่ตั้งและอาณาเขต

      อำเภอครบุรีตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

  • ทิศเหนือ  ติดต่อกับ  อำเภอปักธงชัย อำเภอโชคชัย และอำเภอหนองบุญมาก

  • ทิศตะวันออก  ติดต่อ  กับอำเภอเสิงสาง

  • ทิศใต้  ติดต่อกับ  อำเภอวัฒนานคร อำเภอเมืองสระแก้ว (จังหวัดสระแก้ว) และอำเภอนาดี (จังหวัดปราจีนบุรี)

  • ทิศตะวันตก  ติดต่อกับ  อำเภอวังน้ำเขียวและอำเภอปักธงชัยลักษณะภูมิประเทศ

            อำเภอครบุรีมีพื้นที่ทั้งหมด 1,816.9 ตารางกิโลเมตร (1,163,687 ไร่) พื้นที่บริเวณตอนล่างของครบุรีเป็นทิวเขาสูงอยู่ในแนวเทือกเขาสันกำแพงพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน และ "ป่าสงวนแห่งชาติป่าครบุรี" ส่วนบริเวณตอนบนของครบุรีเป็นที่ราบสูงลาดเอียงคล้ายแนวลูกคลื่น โดยมีบางส่วนเป็นพื้นที่ราบลุ่มขนาดเล็ก มีลำน้ำแชะและลำน้ำมูล ซึ่งเป็นลำน้ำสายหลัก ที่ไหลหล่อเลี้ยงในอาณาบริเวณที่ราบลุ่ม

อำเภอครบุรีแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 12 ตำบล 

1. แชะ (Chae)                                 7. อรพิมพ์ (Oraphim)
2. สระว่านพระยา (Sa Wan Phraya)  8. บ้านใหม่ (Ban Mai)
3. ครบุรีใต้ (Khon Buri Tai)               9. ลำเพียก (Lam Phiak)
4. โคกกระชาย (Khok Krachai)        10. ครบุรี (Khon Buri)
5. จระเข้หิน (Chorakhe Hin)             11. ตะแบกบาน (Tabaek Ban)
6. มาบตะโกเอน (Map Tako En)       12. เฉลียง (Chaliang)       

 ลักษณะภูมิอากาศ

          ลักษณะภูมิอากาศของอำเภอครบุรี แบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือ

  • ฤดูร้อน   ช่วงระยะเดือนกุมภาพันธ์ถึง พฤษภาคม โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดในเดือนเมษายน
  • ฤดูฝน     ช่วงระยะเดือนพฤษภาคม ถึง เดือนตุลาคม ฝนตกชุกระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม
  • ฤดูหนาว   ช่วงระยะเดือนตุลาคม ถึง เดือนกุมภาพันธ์ เดือนธันวาคม เป็นช่วงอุณหภูมิต่ำ

เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภอครบุรีเป็นพื้นที่ราบสูง มีป่าและทิวเขาสูงกั้นเป็นแนวยาว อากาศจึงค่อนข้างร้อนอบอ้าวในฤดูร้อน และในฤดูหนาวก็ค่อนข้างหนาวเย็น

ทรัพยากรธรรมชาติ

           อำเภอครบุรีมีทรัพยากรที่สำคัญทางธรรมชาติ ดังนี้

  • ทรัพยากรดิน สภาพดินโดยส่วนใหญ่ เป็นดินร่วนปนทราย เหมาะแก่การเพาะปลูกพืชที่ต้องการน้ำและธาตุอาหารน้อย ประชากรส่วนใหญ่นิยมทำไร่มันสัมปะหลัง ทำนาข้าว ไร่อ้อย ไร่ข้าวโพด ทำสวนผัก
  • ทรัพยากรน้ำ แหล่งน้ำที่สำคัญของอำเภอครบุรีคือ "เขื่อนลำแชะ"กับ"เขื่อนมูลบน" ซึ่งเป็นเขื่อนดินขนาดใหญ่ที่ส่งน้ำหล่อเลี้ยงประชากรในอำเภอครบุรีและอำเภอใกล้เคียง เป็นเขื่อนที่เอื้อประโยชน์ในด้านการเกษตร ด้านการประมง และสาธารณูปโภค
  • ทรัพยากรป่าไม้ ทางด้านป่าไม้ พื้นที่ป่าส่วนใหญ่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน และป่าสงวนแห่งชาติป่าครบุรี ที่ให้ประโยชน์แก่ประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงทั้งทางตรงและทางอ้อม
(Visited 8,410 times, 5 visits today)