ลุงเกษม ต้นแบบ โคก หนอง นา ลดค่าครองชีพ ขอชราอย่างมีคุณภาพ ให้ลูกหลานพึ่งพาได้อย่างยั่งยืน

โคก หนอง นา ลดค่าครองชีพ

รอบแรก 10,000 กว่าบาท ป้าขายแตงกวาได้ นับจากวันปรับพื้นที่เป็นโคก หนอง นาเสร็จไป 45 วัน รอบสองได้ประมาณ 8,000 บาท ตอนนี้กำลังรอผลผลิตรอบสาม

รอบสามปลูก                                   = 200 หลุม
ต้นทุนค่าแรง + ปุ๋ยทำเอง/หลุม    = 3 – 7 บาท (3.-  กรณีปลูกเอง 7.- กรณีจ้างหลาน)
ทุนตั้งต้น  200 หลุม                      =  600 – 1,400 บาท
ราคาขายต่อหลุม                           =  30 – 40       บาท
จะขายได้                                       =  6,000 – 8,000 บาท
เพราะฉะนั้น กำไร                          =  5,4-00 – 6,600 บาท

ไม่น้อยเลย ถ้าเข้าใจและปลูกอย่างอื่นหมุนเวียน ไปพร้อมกับทำประมง และปศุสัตว์ด้วย ลดค่าอาหาร มีสตางค์เหลือเก็บไว้ซื้อที่ดินเพิ่ม

เรื่องลดค่าอาหาร
ผักไม่ต้องซื้อเลย
เนื้อสัตว์ลุงมีปลา ไก่ เป็ด และหมู ถ้าจะซื้อก็เป็นปลาทะเล ซึ่งก็นาน ๆ ที
ทั้งบ้านกินอาหารปลอดสารพิษ สุขภาพดี ลดค่ารักษาพยาบาลไปอีก

เรื่องมีสตางค์เหลือเก็บไว้ซื้อที่ดินเพิ่ม … เขามาบอกขายที่ 4 ไร่ 400,000 กว่าบาท ลุงมีอยู่ 200,000 บาทกว่า เก็บไว้ใช้ตอนจำเป็น แต่ก็อยากได้ที่ดิน แต่ก็นั่นแหละมี 200,000 กว่าบาท ก็ยังขาดอีก 100,000 กว่า ก็ปรึกษาป้า ป้าว่าไปแลตะในโกล้งฮั้น (ไปดูในกระปุกออมสินสิ) นับแล้วได้ประมาณ 180,000 บาท ลุงดีใจขนลุกเลย 180,000 บาทนี้ ได้จากที่ลุงปลูกผักในแปลงทดลอง 1 ไร่ แล้วป้าไปขายประมาณ 1 ปี กับ 2 เดือน เขาว่ากันว่าปลูกผักขาย 1 ปี จะได้ 100,000 บาท / ไร่ นี่ลุงกับป้าได้ตั้งเกือบ 200,000 ดีใจ

ลุงยืนยันว่าไม่ว่าทำอะไรถ้าตั้งใจ เอาจริง ทำให้รอบคอบ ก็จะได้ผลจริง ๆ
มีคนถามลุงว่าทำไมเลือกปลูกผัก ทำงานสอกแสก (งานจุกจิก แลดูมีมูลค่าน้อย) แต่สอกแสกนี่แหละ ได้ตางค์มากหวาปาล์มฮั้น

ลุงบอกว่าเขาว่าปลูกผักลงทุนน้อยได้เร็ว ลุงจดบันทึกนะ เปรียบเทียบกับปาล์มที่ลุงปลูกและขาย/ไร่/ปี ได้สูงสุด 6000 บาท เพราะราคาขึ้น ๆ ลง ๆ แล้วถ้าช่วงไหน ราคาขึ้น ปุ๋ยก็ขึ้น เพราะฉะนั้นก็ได้คง ๆ ทรง ๆ ตอนปาล์มราคาขึ้น เหมือนว่าทำให้ชาวสวนปาล์มมีกำลังใจ แต่ถ้าได้จดบันทึกไว้แล้วย้อนไปตรวจสอบ ก็จะเห็นว่าทรง ๆ มีคนเล่าให้ลุงว่า ปีที่แล้วได้ 200,000 กว่าบาท แต่พอถามค่าใช้จ่ายก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้จดบันทึก

เพราะฉะนั้นถ้าอยากทำเกษตร หรือว่าอยากทำอะไรก็แล้วแต่ ศึกษาให้แน่ แล้วทำจริง วางแผน ทำตามแผน ประเมิน แล้วปรับแผนเมื่อต้องปรับสำเร็จแน่นอน

แล้วก็มีคนถามว่าปลูกแล้วจะขายที่ไหน ขายได้หรือ ลุงก็จะบอกว่า ลุงมีแหล่งข่าว เข้ากลุ่ม เข้าเครือข่ายเพื่อจะได้มีข้อมูลมาบริหารงาน แหล่งข้อมูลบอกว่า ในกระบี่ นำเข้าผักจาก นครศรีฯ พัทลุง สงขลา และก็จากภาคเหนือ ภาคอิสาน
เพราะฉะนั้นตลาดผักในกระบี่ยังมีที่ว่างให้ผู้ปลูกผู้ขายได้หาตางค์อีกเยอะ

แล้วก็มีคนถามว่า ลุงทำไปทำพรือหนักหนานิ (ทำไปทำไมมากมาย) ในใจลุงบอกว่าทำแล้วมีความสุขนิ ถึงแก่ก็แก่แบบมีคุณภาพ สามารถเป็นที่พึ่งให้ลูกให้หลาน ไม่เป็นภาระใคร ใครเดือดร้อนมาก็ผ่อนหนักเป็นเบาให้ได้

ลุงทำแบบนี้นิมีกำไรให้ชีวิตตลอด นี่ก็ข้าวงอกเองจากฟางที่เอามาห่มดิน

กระเจี๊ยบขึ้นเอง เก็บไปกิน ไปขายได้

บ่อที่ขุดกับโครงการโคก หนอง นา ใส่ปลาแบบให้หากินธรรมชาติ ไม่ได้ใส่อาหาร ก็จะมีน้ำดีเก็บไว้ใช้


รอบบริเวณนี้ ปลูกกระท่อม ทุเรียน มะม่วง มะพร้าวน้ำหอม มังคุด และอื่น ๆ อีกไม่กี่ปีก็จะร่มรื่นมาก ๆ เป็นความร่มรื่นที่อิ่มท้องด้วย

ลุงมีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ มีรายได้จากการทำเกษตร ประมง ปศุสัตว์ ลดค่าครองชีพให้ครอบครัว ให้คนซื้อได้กินอาหารปลอดสารพิษ ส่งผลเชื่อมโยงไปถึงการมีสุขภาพดีของคนอีกหลายครัวเรือน ช่วยลดค่าครองชีพด้านรักษาพยาบาลได้ในวงกว้าง และลุงก็ยินดีมากถ้าใครสนใจ จะแวะเรียนรู้เพื่อไปทำให้เกิดผลจริง ช่วยกันขยายความอุดมสมบูรณ์นี้ให้หลาย ๆ บ้าน หลาย ๆ ชุมชน แวะมาหาลุงได้ และลุงสรุปง่าย ๆ ว่า วิกฤตโควิด-19 ไม่มีผลกระทบกับลุงกับครอบครัว เพราะเรามีคลังอาหารอยู่ที่บ้าน และลุงเชื่อมั่นว่า ศาสตร์พระราชา “ทฤษฎีใหม่” ที่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา โมเดล คือ หลักประกันของชีวิตที่มั่นคงและยั่งยืนตลอดไป

ลุงเกษม นาคแท้ ครัวเรือนต้นแบบ หมู่ที่ 6 ต.เขาพนม อ.เขาพนม จ.กระบี่ ในโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” แปลงครัวเรือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต (HLM : Household Lab Model for Quality of Life)

พช.เขาพนม เรียบเรียง

#โคกหนองนา
#WorldSoilDay
#GlobalSoilPartnership
#UNFAO
#CDD
#SEPtoSDGs
#SDGforAll@Kmitl
#สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเขาพนม
#กรมการพัฒนาชุมชน

#เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได้ภายในปี2565

 

(Visited 98 times, 1 visits today)