ประวัติความเป็นมา

คำขวัญอำเภอเขาฉกรรจ์ "เขาหินแกร่ง แหล่งอารยธรรม ถ้ำเขาทะลุ กรุโครงกระดูก เพาะปลูกพืชไร่ ลิงไพรนับหมื่น ค้างคาวตื่นนับล้าน"

อำเภอเขาฉกรรจ์แบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 4 ตำบล 71 หมู่บ้าน ได้แก่

1. เขาฉกรรจ์ (Khao Chakan) 11 หมู่บ้าน
2. หนองหว้า (Nong Wa) 28 หมู่บ้าน
3. พระเพลิง (Phra Phloeng) 19 หมู่บ้าน
4. เขาสามสิบ (Khao Sam Sip) 13 หมู่บ้าน

เขาฉกรรจ์ มีความเชื่อจากชาวบ้านที่ถ่ายทอดสืบกันว่า เขาฉกรรจ์แห่งนี้ เป็นจุดที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมัยที่ทรงเป็นพระยาวชิรปราการ ได้ทรงรวบรวมคนไทยจากชุมนุมต่างๆ เพื่อกอบกู้เอกราชตอนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ได้ทรงกระทำพิธี ฉอ-กัณฑ์ ซึ่งถือว่าเป็นพิธีตัดไม้ข่มนามที่สำคัญ โดยพระผู้มีพลังจิตสูงเป็นผู้ทำพิธีให้ โดยการเพ่งกสิณเพื่อเรียกจิตภูติของชุมนุมต่างๆ ที่สำคัญทั้ง 5 ชุมนุม มาประชุมกันแล้วทรงกำหราบจิตภูติของชุมนุมทั้ง 5 พร้อมทั้งทำพิธีตัดไม้ข่มนาม หลังจากเสด็จพิธีแล้วจึงยกทัพไปตีชุมนุมทั้ง 5 จนสามารถรวมเป็นหนึ่งเดียว และกอบกู้เอกราชสำเร็จ และจากพิธีดังกล่าวจึงเรียกว่า "เขาฉอ-กัณฑ์" แต่มาเพี้ยนเสียงเป็น "เขาฉกรรจ์" จนทุกวันนี้[1]

พื้นที่เขาฉกรรจ์สมัยก่อน คือตำบลเขาฉกรรจ์ ซึ่งเป็นตำบลขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดปราจีนบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 1,082.8 ตารางกิโลเมตร ซึ่งแบ่งแยกเป็นพื้นที่อำเภอวังน้ำเย็นทั้งหมด พื้นที่อำเภอวังสมบูรณ์ทั้งหมด และพื้นที่อำเภอเขาฉกรรจ์ทั้งหมด ดังนี้

  • (1) วันที่ 26 ตุลาคม 2519 ตั้งหมู่ที่ 9,8,16,17 ตำบลเขาฉกรรจ์ แยกออกเป็นตำบลวังน้ำเย็น ตั้งหมู่ที่ 5,13,14 ตำบลเขาฉกรรจ์ แยกออกเป็นตำบลตาหลังใน (ตำบลวังน้ำเย็น และตำบลตาหลังใน คือพื้นที่อำเภอวังน้ำเย็นทั้งหมดในปัจจุบัน) และตั้งหมู่ที่ 12,18,19 ตำบลเขาฉกรรจ์ แยกออกเป็นตำบลวังสมบูรณ์ (ตำบลวังสมบูรณ์ คือพื้นที่อำเภอวังสมบูรณ์ทั้งหมดในปัจจุบัน)[2]
  • (2) วันที่ 30 สิงหาคม 2526 ตั้งหมู่ที่ 4,7,8,10,11,13,14 ตำบลเขาฉกรรจ์ แยกออกเป็นตำบลหนองหว้า[3]
  • (3) วันที่ 23 สิงหาคม 2527 ตั้งหมู่ที่ 1,4,7,8,10,17,18,19 ตำบลเขาฉกรรจ์ แยกออกเป็นตำบลพระเพลิง[4]
  • (4) วันที่ 8 พฤศจิกายน 2536 ตั้งหมู่ที่ 1,2,4,5,13,14,15,17,18 ตำบลเขาฉกรรจ์ แยกออกเป็นตำบลเขาสามสิบ[5]

ต่อมาเมื่อชุมชนเขาฉกรรจ์เป็นชุมนุมชุมชนขนาดใหญ่ มีตลาดการค้าที่สะดวกสบาย เศรษฐกิจดี และมีถนนใหญ่ตัดผ่าน ทำให้มีความเจริญเป็นอย่างมาก กระทรวงมหาดไทยจึงได้ประกาศจัดตั้ง สุขาภิบาลเขาฉกรรจ์[6] ขึ้นในพื้นที่บางส่วนของตำบลเขาฉกรรจ์ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2532 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ปีถัดมา

ท้องที่อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว มีอาณาเขตกว้างขวาง และมีพลเมืองมาก ท้องที่บางตำบลอยู่ห่างไกลจากอำเภอ เจ้าหน้าที่ออกตรวจตราดูแลความทุกข์สุขของราษฎรไม่ทั่วถึง สภาพท้องที่โดยทั่วๆ ไป เชื่อว่าจะเจริญต่อไปในภายหน้า ทางราชการจึงได้แบ่งพื้นที่ตำบลเขาฉกรรจ์ ตำบลหนองหว้า ตำบลพระเพลิง และตำบลเขาสามสิบ อำเภอเมืองสระแก้ว ออกมาตั้งเป็น กิ่งอำเภอเขาฉกรรจ์ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2537 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม ปีเดียวกัน[7] และโอนพื้นที่สุขาภิบาลเขาฉกรรจ์ มาอยู่ในเขตกิ่งอำเภอเขาฉกรรจ์อีกด้วย

ชุมชนบริเวณสุขาภิบาลเขาฉกรรจ์นั้น มีความเจริญอย่างรวดเร็วเป็นอย่างมาก กระทรวงมหาดไทยจึงให้ใช้พระราชกฤษฎีกา ให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 บังคับในเขตสุขาภิบาลเขาฉกรรจ์ เนื่องจากมีการขยายตัวทั้งในด้านการก่อสร้างอาคารและการผังเมือง[8]

และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะขึ้นเป็น อำเภอเขาฉกรรจ์ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2540 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ปีเดียวกัน[9]

(Visited 4,143 times, 4 visits today)