อำเภอบึงโขงหลง เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งแยกออกมาจากจังหวัดหนองคาย ตามพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2554 อันมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป[

อำเภอบึงโขงหลง แบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 4 ตำบล 57 หมู่บ้าน ได้แก่

1. ตำบลบึงโขงหลง   (Bueng Khong Long)   17 หมู่บ้าน   หมู่ที่ 1 บ้านดอนกลาง หมู่ที่ 2 บ้านโนนสว่าง หมู่ที่ 3 บ้านคำสมบูรณ์ หมู่ที่ 4 บ้านโสกโพธิ์ หมู่ที่ 5 บ้านโสกพอก หมู่ที่ 6 บ้านโนนสวนปอ หมู่ที่ 7 บ้านนาขาม หมู่ที่ 8 บ้านบึงเจริญ หมู่ที่ 9 บ้านสระแก้ว หมู่ที่ 10 บ้านโนนสวรรค์ หมู่ที่ 11 บ้านโนนสว่างเหนือ หมู่ที่ 12 บ้านบึงโขงหลง หมู่ที่ 13 บ้านสว่างพัฒนา หมู่ที่ 14 บ้านโนนสวนปอเหนือ หมู่ที่ 15 บ้านเทพบันดาล หมู่ที่ 16 บ้านห้วยหินลาด หมู่ที่ 17 บ้านทรายทอง
2. ตำบลโพธิ์หมากแข้ง   (Pho Mak Khaeng)   16 หมู่บ้าน   หมู่ที่ 1 บ้านโพธิ์หมากแข้ง หมู่ที่ 2 บ้านโนนหนามแท่ง หมู่ที่ 3 บ้านโนนสวรรค์ หมู่ที่ 4 บ้านบัวโคก หมู่ที่ 5 บ้านนาอ่าง หมู่ที่ 6 บ้านดงสว่าง หมู่ที่ 7 บ้านดงชมภู หมู่ที่ 8 บ้านบัวโคกใต้ หมู่ที่ 9 บ้านหนองสิม หมู่ที่ 10 บ้านโนนจำปาทอง หมู่ที่ 11 บ้านโนนศิลา หมู่ที่ 12 บ้านนาสาร หมู่ที่ 13 บ้านโนนชมภู หมู่ที่ 14 บ้านบัวโคกใหม่ หมู่ที่ 15 บ้านหนองบัวงาม หมู่ที่ 16 บ้านใหม่ภูเจริญ
3. ตำบลดงบัง   (Dong Bang)   11 หมู่บ้าน   หมู่ที่ 1 บ้านท่าสีไค หมู่ที่ 2 บ้านดงสรวง หมู่ที่ 3 บ้านเหล่าหลวง หมู่ที่ 4 บ้านดงโทน หมู่ที่ 5 บ้านดงบัง หมู่ที่ 6 บ้านโนนสวาท หมู่ที่ 7 บ้านโนนสมบูรณ์ หมู่ที่ 8 บ้านดงเรือ หมู่ที่ 9 บ้านเหล่าดอกไม้ หมู่ที่ 10 บ้านดงบังใต้ หมู่ที่ 11 บ้านท่าสีไคเหนือ
4. ตำบลท่าดอกคำ   (Tha Dok Kham)   13 หมู่บ้าน   หมู่ที่ 1 บ้านท่าดอกคำ หมู่ที่ 2 บ้านท่าไร่ หมู่ที่ 3 บ้านไทยเจริญ หมู่ที่ 4 บ้านหนองแสง หมู่ที่ 5 บ้านโนนสา หมู่ที่ 6 บ้านเหล่าหมากผาง หมู่ที่ 7 บ้านฝอยลม หมู่ที่ 8 บ้านหนองฮู หมู่ที่ 9 บ้านท่าดอกคำเหนือ หมู่ที่ 10 บ้านโชคอำนวย หมู่ที่ 11 บ้านหนองแสงพัฒนา หมู่ที่ 12 บ้านไทยเจริญใต้ หมู่ที่ 13 บ้านหนองฮู

บึงโขงหลง เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำของโลก อันดับที่ 1,098 มีชายหาดคำสมบูรณ์สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและเล่นน้ำ อยู่ห่างจากตัวอำเภอบึงโขงหลงเพียง 3 - 4 กิโลเมตร มีบริการร้านอาหารบริเวณรอบบึง เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ได้มีปรากฏการณ์คล้ายพญานาคเล่นน้ำในบึงโขงหลง ซึ่งสื่อมวลชนจำนวนมากได้เสนอข่าวดังกล่าว[2][3] และมีการทำนายว่า วันออกพรรษาจะมีปรากฏการณ์พญานาคเล่นน้ำในบึงโขงหลงอีกครั้ง และอาจจะเกิดปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคในบึงโขงหลง ซึ่งโดยทั่วไปบั้งไฟพญานาคจะขึ้นในแม่น้ำโขงในจังหวัดหนองคายในวันออกพรรษาของทุกปี

นอกจากนั้นยังมีภูลังกาและสถานที่สวยงามบนภูหลายแห่ง เช่น เจดีย์หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล เจดีย์หลวงปู่วัง ฐิติสาโร พระแกะสลักบนหน้าผาภูลังกา น้ำตก และสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกหลายแห่ง

ข้อมูลพื้นฐานตำบลบึงโขงหลง

ข้อมูลพื้นฐานตำบลบึงโขงหลง

ประวัติความเป็นมา :

ตำบลบึงโขงหลง ได้ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2525 แยกออกจากตำบลโพธิ์หมากแข้ง ที่มีชื่อว่าตำบลบึงโขงหลง เนื่องมาจากในเขตพื้นที่ตำบลนี้ มีบึงน้ำขนาดกว้างใหญ่มาก มีน้ำขังตลอดปีลักษณะเหมือนแม่น้ำโขง จึงให้ชื่อว่า"บึงโขงหลง"ซึ่งเป็นบึงน้ำที่อุดมไปด้วยปลาน้ำจืดทุกชนิดถือเป็นแหล่งน้ำที่หล่อแหล่งชีวิตเกษตรในตำบลนี้และตำบลใกล้เคียงได้ตลอดปี เพื่อให้บึงแห่งนี้เป็นเอกลักษณ์ของตำบลจึงให้ตำบลนี้ชื่อว่า "ตำบลบึงโขงหลง" จากนั้นสืบมาจนถึงปัจจุบัน

เขตอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำบึงโขงหลง

 สภาพทั่วไปของตำบล :

ตำบลบึงโขงหลง เป็นที่ราบลุ่ม มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ คือ อ่างเก็บน้ำบึงโขงหลง

 อาณาเขตตำบล :

ทิศเหนือ ติดต่อ ต.โสกก่าม อ.เซกา จ.บึงกาฬ
ทิศใต้ ติดต่อ ต.โพธิ์หมากแข้ง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ
ทิศตะวันออก ติดต่อ ต.โพธิ์หมากแข้ง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ
ทิศตะวันตก ติดต่อ ต.เซกา, บ้านต้อง อ.เซกา จ.บึงกาฬ

จำนวนประชากรของตำบล :

จำนวนประชากรทั้งสิ้น 4,725 คน เป็นชาย 2,309 คน เป็นหญิง 2,416 คน

 ข้อมูลอาชีพของตำบล :

อาชีพหลัก ทำนา 
อาชีพเสริม ค้าขาย

 ข้อมูลสถานที่สำคัญของตำบล :

1. วัดนันทรารามมงคล 
2. วัดภูมิบาล 
3. วัดศิริมงคลวราราม 
4. วัดสว่างวารี 
5.สถานีตำรวจ 1 แห่ง 
4.สถานีอนามัยประจำตำบล 1 แห่ง 

  1. ด้านสังคม

1.1 ประชากร

จำนวนประชากรทั้งหมด 8,755 คน ชาย 4,358 คน หญิง 4,397 คน 
จำนวนครัวเรือนทั้งหมด 1,888 ครัวเรือน

ตารางแสดงจำนวนประชากรและจำนวนครัวเรือน

หมู่ที่

จำนวนประชากร

รวม

จำนวนครัวเรือน

จำนวนครัวเรือนเกษตรกร

 

ชาย (คน)

หญิง (คน)

(คน

(ครัวเรือน)

(ครัวเรือน)

1

388

376

714

151

139

2

314

318

632

118

109

3

325

327

652

150

146

4

320

316

636

138

128

5

248

260

508

129

119

6

365

367

732

131

110

7

147

157

304

60

53

8

195

197

392

59

56

9

225

237

462

135

66

10

195

193

388

79

40

11

292

294

586

115

65

12

382

384

766

181

162

13

283

254

537

111

65

14

268

242

510

113

104

15

137

144

281

58

49

16

124

116

240

63

61

17

200

215

415

97

90

รวม

4,358

4,397

8,755

1,888

1,562

  1. ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ

- พื้นที่ทั้งหมด 67,255 ไร่ 
- พื้นที่ทำการเกษตร 23,897 ไร่ 
- พื้นที่อื่นๆ 43,358 ไร่ 
-พื้นที่ทำการเกษตร 
- พื้นที่ทำนา 14,203 ไร่ 
- พื้นที่ทำสวน 21,343 ไร่ 
- พื้นที่ทำไร่ 1,175 ไร่ 
- พื้นที่ปลูกพืชอื่นๆ 1,179 ไร่

  1. ข้อมูลด้านสังคม

3.1 การตลาดและสถานที่จำหน่าย

ในเขตตำบลบึงโขงหลง มีพ่อค้ารับซื้อผลผลิตการเกษตรรายใหญ่มีหลายแห่ง ทำให้มีการแข่งขันการตลาดสูง การจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตร และเกษตรกรจำหน่ายในพื้นที่หมู่บ้านและตำบล

3.2 การเกษตร

ด้านพืช

3.2.1. พื้นที่ทำนาทั้งหมด 14,203 ไร่ 
        - ผลผลิตข้าวเหนียวเฉลี่ย 350 กก./ไร่ 
        - ผลผลิตข้าวเจ้าเฉลี่ย 320 กก./ไร่

3.2.2. พื้นที่ปลูกยางพาราทั้งหมด 7,010 ไร่ 
         - ผลผลิตยางพาราเฉลี่ย 220 กก./ไร่

3.2.3. พื้นที่มันสำปะหลังทั้งหมด 935 ไร่ 
         - ผลผลิตมันสำปะหลัง 2,500 กก./ไร่

3.2.4. พื้นที่ปลูกอ้อยโรงงานทั้งหมด 240 ไร่ 
          - ผลผลิตอ้อย 12 ตัน/ไร่  

3.2.5. พื้นที่ไม้ผลทั้งหมด 330 ไร่

ด้านปศุสัตว์ 
    - โค จำนวน 478 ตัว 
    - กระบือ จำนวน 324 ตัว 
    - สุกร จำนวน 366 ตัว 
    - เป็ดไก่ จำนวน 5,450 ตัว (เลี้ยงแบบปล่อยทุ่ง)

ด้านประมง 
   - บ่อปลา จำนวน 218 บ่อ จำนวน 237 ไร่ เลี้ยงแบบธรรมชาติ

แนวทางการพัฒนาตำบลบึงโขงหลง

  1. ข้อเท็จจริง

ตำบลบึงโขงหลง มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ คือ บึงโขงหลง มีพื้นที่ประมาณ 7,000 ไร่ และมีแหล่งน้ำขนาดเล็ก เช่น ฝาย ลำห้วยต่างๆ หลายแห่ง พื้นที่ราบลุ่มใช้ทำนา พื้นที่ดอนปลูกยางพารา ปลูกพืชไร่ นอกจากนี้ประชากรในพื้นที่มีการประกอบอาชีพด้านการเกษตร จับปลาขายและรับจ้างทั่วไปในเขตตำบล อำเภอ และต่างจังหวัด

  1. การวิเคราะห์สภาพสิ่งแวดล้อม

จุดแข็ง

- มีพื้นที่ราบเหมาะสำหรับปลูกข้าว 
- สภาพภูมิอากาศและพื้นที่เหมาะสำหรับการปลูกไม้ผล ยางพารา อ้อย มันสำปะหลัง 
- ดินสามารถปลูกพืชได้หลายชนิด 
- มีแหล่งท่องเที่ยวในเขตตำบล 
- การคมนาคมสะดวก 
- การทำการเกษตร

จุดอ่อน

- ขาดแหล่งน้ำในการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง 
- ทำการเกษตรที่อาศัยน้ำฝนในตำบลบึงโขงหลง
- ความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ 
- ที่ราบลุ่มน้ำท่วมซ้ำซาก ที่ดอนจะแห้งแล้ง 
- ปัจจัยการผลิตมีราคาสูง เช่น ปุ๋ยเคมี พันธุ์พืช ปุ๋ยชีวภาพ 
- ต้นทุนการผลิตสูงในเขตที่ดอน โดยเฉพาะการสูบน้ำ 
- เกษตรกรขาดการรวมกลุ่ม การขนส่งมีราคาสูง 
- เกษตรกรไปทำงานต่างจังหวัด 
- เกษตรกรไม่มีรายได้เสริม

  1. โอกาส

ตลาดการผลิต ได้แก่ ข้าวเหนียว ข้าวเจ้า ยางพารา มีตลาดรองรับได้มาก มีพื้นที่การคมนาคมสะดวกต่อการส่งและจุดศูนย์กลางในตลาดท้องถิ่น 
ภัยคุกคามเกษตรกรในตำบลบึงโขงหลง มีต้นทุนการผลิตทางการเกษตรสูง เนื่องจากปัจจัยการผลิตมีราคาสูง เช่น ปุ๋ย ชนิดต่างๆ น้ำมันเชื้อเพลิง

ปัญหา

- ปัญหาการจัดการน้ำในฤดูฝน 
- ฤดูแล้งก็ต้องอาศัยน้ำฝน 
- ความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ 
- เกษตรกรขาดแคลนเงินลงทุนในการผลิตสินค้า โดยเฉพาะการผลิตยางพารา 
- ปัจจัยการผลิตมีราคาสูง เช่น ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยหมักชีวภาพ น้ำมันเชื้อเพลิง 
- เครื่องมืออุปกรณ์มีราคา เช่น เครื่องสูบน้ำ เครื่องพ่นยาปราบศัตรูหรือเครื่องพ่นปุ๋ยน้ำ 
- เกษตรกรขาดการรวมกลุ่มอาชีพ 
- ที่ราบลุ่มน้ำท่วม ที่ดอนแห้งแล้ง 
- ขาดอินทรีย์วัตถุในดินเพาะปลูก

แนวทางแก้ไข

- พัฒนาแหล่งน้ำ เช่น ขุดลอก ห้วย หนอง คลอง บึง สระเก็บกักน้ำ 
- ทำไร่นาสวนผสมในพื้นที่เกษตรกรทั่วไป 
- ลงทุนการผลิตในการทำการเกษตร ให้เกษตรกรเป็นผู้ผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เอง รวมทั้งการใช้ปุ๋ยคอก 
- ผลิตพันธุ์พืชในตำบล เช่น พันธุ์ข้าว พันธุ์ยางพารา 
- พัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในไร่นา 
- ให้ความรู้เทคโนโลยีการผลิตในการเกษตร เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตรวมทั้งการพัฒนาคุณภาพสินค้าการเกษตร

  1. วิธีดำเนินการ

- ถ่ายทอดเทคโนโลยีการทำปุ๋ยหมักชีวภาพในกลุ่มอาชีพการทำนา, ทำสวน, ทำไร่ 
- สนับสนุนเงินทุนการผลิต 
- จัดตั้งกลุ่มการผลิตและธุรกิจเกษตร 
- สนับสนุนจัดตั้งโรงงานขนาดเล็ก ปุ๋ยชีวภาพในชุมชน หมู่บ้าน ตำบล 
- ให้การรับรองมาตรฐานฟาร์ม 
- ส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง 
- สร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้ปลูกข้าว กลุ่มยางพารา กลุ่มทำปุ๋ยหมักชีวภาพ 
- สร้างเสริมสมรรถนะด้านการสหกรณ์และให้บริการวิชาการเกษตรและการตลาด

  1. เป้าหมายการดำเนินงาน
  2. กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าว 1,060 ราย เนื้อที่ 12,000 ไร่
    2. กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา เกษตรกร 4 กลุ่ม 518 ราย เนื้อที่ 7,600 ไร่
    3. กลุ่มเกษตรกรผู้ทำปุ๋ยหมักชีวภาพ 3 กลุ่ม 108 ราย 
    4. ส่งเสริมการปลูกผักสวนครัว 520 ราย 200 ไร่ 
    5. องค์ความรู้การสหกรณ์และให้บริการทางวิชาการให้แก่อาสาสมัครเกษตรกรผู้นำท้องถิ่น 34 คน 
    6. ส่งเสริมเลี้ยงปลาในนาข้าว 40 ราย 46 ไร่ 
    7. ส่งเสริมการเลี้ยงกระบือ 50 ราย 200 ตัว 
    8. ส่งเสริมการเลี้ยงสุกร 25 ราย 200 ตัว 
    9. กลุ่มแปรรูป 2 กลุ่ม 50 ราย 
    10. กลุ่มเพาะเห็ดนางฟ้านางรม 100 ราย 4 กลุ่ม

 

ข้อมูลพื้นฐานตำบลโพธิ์หมากแข้ง

ข้อมูลพื้นฐานตำบลโพธิ์หมากแข้ง

ประวัติความเป็นมา :
เดิมที่วัดบ้านโพธิ์หมากแข้ง มีต้นหมากแข้ง (มะเขือพวง) ขึ้นตามธรรมชาติ และมีต้นโพธิ์ขึ้นห้อมล้อมต้นหมากแข้ง จนมีขนาดโตขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงดังกล่าวทางราชการได้ประกาศตั้งตำบลพอดี ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันให้ต้นไม้ทั้งสองเป็นสัญลักษณ์ของตำบล จึงให้ชื่อว่า "ตำบลโพธิ์หมากแข้ง" มาจนถึงปัจจุบัน ตำบลโพธิ์หมากแข้งมีพื้นที่ทั้งหมด 97.456 ตารางกิโลเมตร มี 16 หมู่บ้าน 2,000 ครัวเรือน ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก
 
สภาพทั่วไปของตำบล :
ตำบลโพธิ์หมากแข้ง เป็นที่ราบลุ่ม มีพื้นที่ทั้งหมด 97.456 ตารางกิโลเมตร จำนวนหมู่บ้าน 16 หมู่ ในเขตเทศบาล 5 หมู่บ้าน นอกเขต 11 หมู่บ้าน มีจำนวนครัวเรือน 2,000 ครัวเรือน

 อาณาเขตตำบล :

ทิศเหนือ ติดกับตำบลขึงโขงหลง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ 
ทิศใต้ ติดกับตำบลนาทม อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม 
ทิศตะวันออก ติดกับอำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม 
ทิศตะวันตก ติดกับอำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ

 จำนวนประชากรของตำบล :

จำนวนประชากรทั้งสิ้น 8,500 คน เป็นชาย 4,500 คน เป็นหญิง 4,000 คน

 ข้อมูลอาชีพของตำบล :

อาชีพหลัก ทำนา 
อาชีพเสริม ทอผ้าพื้นเมือง
ข้อมูลสถานที่สำคัญของตำบล :
ภูลังกา

 1. ข้อเท็จจริง

พื้นที่ตำบลโพธิ์หมากแข้งส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม มีภูเขาอยู่ทางทิศตะวันออกของตำบล มีที่ราบสูง ในบริเวณไหล่เขา ดินส่วนใหญ่เป็นดินลูกรัง มีดินร่วนปนทรายและดินเหนียวประมาณ 9.11 % ของพื้นที่ ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ราษฎรปลูกข้าวเหนียวพันธุ์ กข .6 ได้ผลผลิตเฉลี่ย 320 กก ./ ไร่ พืชรองลงมาปลูกยางพาราได้ผลผลิตเฉลี่ย 220 กก ./ ไร่ พืชไร่ปลูกมันสำปะหลังผลผลิตเฉลี่ย 3,200 กิโลกรัมต่อไร่ นอกจาก นั้น ราษฎรมีอาชีพรับจ้างทั่วไปในเขตพื้นที่และต่างจังหวัด รายได้เฉลี่ยของประชากร 23,7000 บาท / คน / ปี มีผู้ขึ้นทะเบียนผู้ยากจน 117 ราย

2. การวิเคราะห์สภาพสิ่งแวดล้อม

จุดแข็ง

•  มีพื้นที่ราบเหมาะต่อการปลูกข้าว 
•  สภาพภูมิอากาศและพื้นที่เหมาะต่อการปลูกยางพาราและไม้ผล 
•  ดินสามารถปลูกพืชได้หลายชนิด เช่น อ้อย , มันสำปะหลัง 
•  มีแหล่งท่องเที่ยว มีน้ำตกกินรี น้ำตกตาดวิมานทิพย์ อ่างมโนราห์
•  การคมนาคมสะดวก

จุดอ่อน

•  ขาดแหล่งน้ำในการเพาะปลูกฤดูแล้ง 
•  อาศัยน้ำฝนเป็นหลักในการเพาะปลูก 
•  ความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ 
•  เกษตรกรขาดแคลนเงินลงทุนในการผลิตสินค้าเกษตรที่ต้องลงทุนสูง โดยเฉพาะการผลิตยางพารา 
•  ปัจจัยการผลิตมีราคาสูง เช่น ปุ๋ยเคมี , ปุ๋ยชีวภาพ , พันธุ์พืช 
•  เกษตรกรมีต้นทุนสูง การผลิตสูงโดยเฉพาะการสูบน้ำ 
•  ที่ราบลุ่มมีน้ำท่วม , ที่ดอนจะแห้งแล้ง 
•  เกษตรกรขาดการรวมกลุ่ม

3. โอกาส

ตลาดของผลผลิตการเกษตร ได้แก่ ข้าวเหนียว ข้าวเจ้า และมียางพารา มีตลาดรองรับได้มาก เพราะเป็นพื้นที่การคมนาคมสะดวกต่อการขนส่ง

4. ภัยคุกคาม

ภัยคุกคามของเกษตรกรในตำบลโพธิ์หมากแข้ง ต้นทุนการผลิตสูง เนื่องจากปัจจัยการผลิตมีราคาสูง เช่น ปุ๋ยชนิดต่างๆ

ปัญหา

•  ปัญหาการจัดการน้ำในฤดูฝนมีปัญหาน้ำท่วมขังและขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง 
•  ความอุดมสมบูรณ์ของดิน 
•  ปัจจัยการผลิตราคาสูง ( พันธุ์ปุ๋ย ) 
•  ขาดแคลนแรงงานในไร่นา เนื่องจากแรงงานอพยพไปทำงานนอกพื้นที่โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร

แนวทางแก้ไข

•  พัฒนาแหล่งน้ำ เช่น ฝาย , ทำนบกั้นน้ำ , สระน้ำ 
•  ไร่นาสวนผสมและสาธารณะต่างๆ 
•  ลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ได้แก่ ให้เกษตรกรเป็นผู้ผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เอง 
•  การผลิตพันธุ์ข้าว พันธุ์ยางพารา ในพื้นที่หมู่บ้านตำบล 
•  วิธีพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพื่อลดต้นทุนการผลิต เช่น แหล่งน้ำ โรงเรือน การผลิตปุ๋ย 
•  ให้ความรู้เทคโนโลยีการผลิตในการเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตรวมทั้งการพัฒนาคุณภาพสินค้าผลผลิต

วิธีดำเนินงาน

•  ถ่ายทอดเทคโนโลยีการทำปุ๋ยหมักชีวภาพในกลุ่มอาชีพการทำนา ทำสวนยางพารา 
•  สนับสนุนวิธีจำหน่ายผลผลิต 
•  รวมกลุ่มผลิตและขาย 
•  สนับสนุนให้เกษตรกร ผลิตพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ในพื้นที่ 
•  สนับสนุนการจัดตั้งโรงงานปุ๋ยชีวภาพ 
•  ให้การรับรองมาตรฐานฟาร์ม 
•  ส่งเสริมและสนับสนุนเศรษฐกิจเพียงพอ 
•  สร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มปลูกข้าว กลุ่มปลูกยางพารา กลุ่มทำปุ๋ยหมักชีวภาพ 
•  เสริมสร้างสมรรถนะด้านการสหกรณ์และให้บริการทางวิชาการเกษตร

. เป้าหมายการดำเนินงาน 
•  กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เกษตรกร 952 ราย เนื้อที่ 15,844 ไร่ 
•  กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา เกษตรกร 5 กลุ่ม 430 ราย พื้นที่ปลูก 1,700 ไร่ 
•  กลุ่มเกษตรกรผู้ทำปุ๋ยหมักชีวภาพ 2 กลุ่ม 62 ราย 
•  ส่งเสริมการปลูกผักสวนครัว 480 ราย 105 ไร่ 
•  องค์ความรู้การสหกรณ์และให้บริการทางวิชาการให้แก่อาสาสมัครเกษตรและผู้นำ ท้องถิ่น 28 ราย 
•  เลี้ยงปลาในนาข้าว 36 ราย 22 ไร่ 
•  เลี้ยงโค 42 ราย 150 ตัว 
•  เลี้ยงกระบือ 58 ราย 230 ตัว 
•  เลี้ยงสุกร 18 ราย 150 ตัว 
•  กลุ่มแปรรูป 23 ราย 1 กลุ่ม 
•  เพาะเห็ดนางฟ้านางรม 50 ราย 10 โรง

ข้อมูลพื้นฐาน 
•  พื้นที่ 
- พื้นที่ทั้งหมด 61,811 ไร่ 
- พื้นที่ทำการเกษตร 34,000 ไร่ 
- พื้นที่นา 15,844 ไร่ 
- พื้นที่ยางพารา 1,700 ไร่ 
- พื้นที่ทำไร่ 1,800 ไร่ 
- พื้นที่อื่นๆ 14,656 ไร่ 
- พื้นที่ป่าไม้ 27,811 ไร่

ประชากร 
- จำนวนประชากรทั้งหมด 12,473 คน 
- ครัวเรือนทั้งหมด 2,401 ครัวเรือน 
- ครัวเรือนทั้งหมด 2,201 ครัวเรือน

รายได้ 
•  รายได้เฉลี่ย 23,784 บาท / คน / ปี

4. การเกษตร

ด้านพืช

•  ข้าวเหนียวนาปี พื้นที่ 13,604 ไร่ ผลผลิตรวม 4,353 ตันข้าวเปลือก เฉลี่ย 320 กก ./ ไร่ 
•  ข้าวเจ้าขาวดอกมะลิ 105 พื้นที่ปลูก 2,240 ไร่ ผลผลิตรวม 873 ตันข้าวเปลือก ผลผลิตเฉลี่ย 390 กก ./ ไร่ 
•  ยางพารา 1,700 ไร่ พื้นที่เปิดกรีด 356 ไร่ ผลผลิตรวม 74 ตัน แผ่นยางดิบเฉลี่ย 210 กก ./ ไร่ 
•  พื้นที่มันสำปะหลัง 1,090 ไร่ ผลผลิตรวม 3,488 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 3,200 กก ./ ไร่ หัวมันสด

ด้านปศุสัตว์

- โค จำนวน 518 ตัว 
- กระบือ จำนวน 502 ตัว 
- สุกร จำนวน 142 ตัว 
- เป็ด - ไก่ จำนวน 5,802 ตัว

ด้านประมง

•  เลี้ยงปลาในบ่อ จำนวน 84 ราย 66 บ่อ พื้นที่ 142 ไร่ 
•  จุดสาธิต จำนวน 1 บ่อ 1 ไร่

ด้านสถาบันเกษตรกร

- กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร จำนวน 14 กลุ่ม สมาชิก 340 ราย 
•  กลุ่มยุวเกษตรกร จำนวน 2 กลุ่ม สมาชิก 38 ราย 
•  กลุ่มวิสาหกิจชุมชน จำนวน 13 กลุ่ม สมาชิก 260 ราย 
•  ศูนย์ส่งเสริมการผลิตข้าวชุมชน 1 แห่ง สมาชิก 71 คน 
•  กลุ่มทำปุ๋ยหมักชีวภาพ จำนวน 2 กลุ่ม สมาชิก 53 คน 
•  กลุ่มผลิตสุรากลั่น จำนวน 1 กลุ่ม สมาชิก 11 ราย 
•  กลุ่มแปรรูปและถนอมอาหาร จำนวน 1 กลุ่ม จำนวนสมาชิก 23 ราย 
•  กลุ่มจักสาน 3 กลุ่ม สมาชิก 48 ราย

ด้านเศรษฐกิจ

•  อาชีพหลัก ได้แก่ ทำนา , ทำสวน , ทำไร่ 
•  อาชีพเสริม ได้แก่ เลี้ยงปลา , ทอผ้า , ทอเสื่อ , จักสานและรับจ้างทั่วไป 
•  ร้านค้าชุมชน 1 แห่ง 
•  กลุ่มเงินออมทรัพย์ 1 กลุ่ม สมาชิก 263 ราย

6. ทรัพยากรธรรมชาติ

•  พื้นที่ป่าภูลังกา จำนวน 27,811 ไร่ ครอบคลุมตำบลโพธิ์หมากแข้งและอำเภอบ้านแพง 
จังหวัดนครพนม ซึ่งมีน้ำตก 1 แห่ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวของตำบลและอำเภอ 
•  แหล่งน้ำธรรมชาติ ได้แก่ ห้วยน้ำเมา ห้วยทราย ห้วยน้ำพ่น ห้วยหินแหนบ ห้วยอีสาว

 

ข้อมูลพื้นฐานตำบลดงบัง

ข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตรตำบลดงบัง

ประวัติความเป็นมา :
ตำบลดงบัง เริ่มแรกคนที่มาตั้งถิ่นฐานที่นี่อพยพมาจากประเทศลาว และภาคอิสานตอนบนของไทย โดยได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้แม่น้ำโขงที่บ้านทาสีไคเป็นแห่งแรก และได้มีการขยายการตั้งหมู่บ้านไปเรื่อย ๆ จนทางราชการได้ประกาศยกฐานะเป็นตำบลดงบัง เมื่อปี 2478 โดยมีนายชาลี ไชยนาม เป็นกำนันคนแรก การปกครองขึ้นตรงต่ออำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2500 ทางราชการได้ตั้งอำเภอเซกา ตำบลดังบังได้แยกให้ขึ้นตรงอำเภอเซกา และต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2529 ทางราชการได้ตั้งอำเภอบึงโขงหลง ตำบลดงบังจึงได้ขึ้นตรงต่ออำเภอบึงโขงหลงเป็นต้นมา
 
สภาพทั่วไปของตำบล :
ตำบลดงบังมีสภาพพื้นที่ราบลุ่มติดแม่น้ำโขง สภาพของดินมีความอุดมสมบูรณ์ สามารถปลูกพืชได้ตลอดปี ประชาชนมีความตื่นตัวในการพัฒนาตนเอง โดยในปี 2543 ได้รับโล่ตำบลพัฒนาดีเด่นของจังหวัดหนองคาย

 อาณาเขตตำบล :

ทิศเหนือ จรดตำบลท่าดอกคำ อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ 
ทิศใต้ จรดตำบลไผ่ล้อม อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม 
ทิศตะวันออก จรดแม่น้ำโขง และสาธารณรัฐประชาชนลาว 
ทิศตะวันตก จรดตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง และตำบลโสกก่าม อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ

 จำนวนประชากรของตำบล :

จำนวนประชากรทั้งสิ้น 5,943 คน เป็นชาย 2,885 คน เป็นหญิง 3,058 คน

 ข้อมูลอาชีพของตำบล :

อาชีพหลัก ทำนา 
อาชีพเสริม ทำไร่ยาสูบ ปลูกมะเขือเทศ ฟักทอง

 ข้อมูลสถานที่สำคัญของตำบล :

1. ภูลังกา 
2. น้ำตกแดนสวรรค์ (ภูลังกา)

 ข้อเท็จจริง

ข้อมูลทั่วไป ตำบลดงบังตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอบึงโขงหลง มีอาณาเขต ดังนี้ 
ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลท่าดอกคำ อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลไผ่ล้อม อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม
ทิศตะวันออก ติดกับ แม่น้ำโขงพรมแดนสาธารณรัฐประชาชนลาว 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ

สภาพพื้นที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ดอนและมีพื้นที่ราบมีลักษณะเป็นลูกคลื่นลอนลาด มีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 150-190 เมตร และเป็นที่ลุ่มกระจายอยู่ทั่วไปในพื้นที่ของตำบล 
พื้นที่ในเขตตำบลดงบัง มีทั้งหมดประมาณ 39,545 ไร่ แยกเป็นพื้นที่ดินตามชุดดินต่างๆ ดังนี้

1. ดินชุดดินโพนพิสัย ประมาณ 29,480 ไร่ คิดเป็น 74.5% 
2. ดินชุดดินธาตุพนม ประมาณ 4,500 ไร่ คิดเป็น 11.3% 
3. ดินชุดดินร้อยเอ็ด ประมาณ 4,125 ไร่ คิดเป็น 10.4% 
4. ดินชุดดินศรีสงคราม ประมาณ 375 ไร่ คิดเป็น 1% 
5. ดินชุดดินสรรพยา ประมาณ 375 ไร่ คิดเป็น 1% 
6. ดินชุดดินสตึก ประมาณ 370 ไร่ คิดเป็น 1% 
7. ดินชุดดินเรณู ประมาณ 160 ไร่ คิดเป็น 0.4% 
8. ดินชุดดินโคราช ประมาณ 160 ไร่ คิดเป็น 0.4%

ตำบลดงบังมีลำห้วยและหนองน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ บางแห่งมีน้ำตลอดปีและบางแห่งก็ขาดน้ำในช่วงฤดูแล้ง และเริ่มมีการตื้นเขิน นอกจากนี้ยังมีแหล่งน้ำที่สร้างขึ้น ซึ่งใช้ประโยชน์ในการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเป็นอันมาก แหล่งน้ำต่างๆ มีดังนี้

1. ลำห้วยทอน ไหลผ่านและใช้ประโยชน์ในหมู่ที่ 1,7,8 
2. ลำห้วยขมิ้น ไหลผ่านและใช้ประโยชน์ในหมู่ที่ 4,5,6 
3. ลำห้วยใหญ่ ไหลผ่านและใช้ประโยชน์ในหมู่ที่ 5,6 
4. ลำห้วยปลาฝา ไหลผ่านและใช้ประโยชน์ในหมู่ที่ 5 
5. ลำห้วยลำขิง ไหลผ่านและใช้ประโยชน์ในหมู่ที่ 4 
6. ลำห้วยกั้ง ไหลผ่านและใช้ประโยชน์ในหมู่ที่ 6 
7. ลำห้วยตาด ไหลผ่านและใช้ประโยชน์หมู่ที่ 3,4 
8. ลำห้วยเสือ ไหลผ่านและใช้ประโยชน์ในหมู่ที่ 1,2 
9. หนองขอน ไหลผ่านและใช้ประโยชน์ในหมู่ที่ 3,9,4 
10. หนองแวง ไหลผ่านและใช้ประโยชน์ในหมู่ที่ 4 
11. หนองยาง ไหลผ่านและใช้ประโยชน์ในหมู่ที่ 3 
12. หนองบวกหมู ไหลผ่านและใช้ประโยชน์ในหมู่ที่ 3 
13. หนองเอี่ยน ไหลผ่านและใช้ประโยชน์ในหมู่ที่ 4 
14. หนองไฮ ไหลผ่านและใช้ประโยชน์ในหมู่ที่ 2 
15. หนองสิม ไหลผ่านและใช้ประโยชน์ในหมู่ที่ 10 
16. หนองแสง ไหลผ่านและใช้ประโยชน์ในหมู่ที่ 4 
17. หนองแข้ ไหลผ่านและใช้ประโยชน์ในหมู่ที่ 4 
18. แม่น้ำโขง ไหลผ่านและใช้ประโยชน์ในหมู่ที่ 1,2,3,4,9

แหล่งน้ำที่สร้างขึ้น ดังนี้

1. สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า บ้านท่าสีไค ใช้ประโยชน์ในหมู่ที่ 1,2,11
2. สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า บ้านเหล่าหลวง ใช้ประโยชน์ในหมู่ที่ 3,9,4 
3. ฝายน้ำล้นบ้านดงบัง ใช้ประโยชน์ในหมู่ที่ 4,5,8,10 
4. ฝายน้ำล้นห้วยขมิ้น ใช้ประโยชน์ในหมู่ที่ 5,6,10

สภาพภูมิอากาศในตำบลดงบัง มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เนื่องจากมีอาณาเขตติดกับแม่น้ำโขงพรมแดนสาธารณรัฐประชาชนลาว ซึ่งมีภูเขาสูง ทำให้อากาศค่อนข้างเย็นและมีฝนตกก่อนฤดู ดังนี้

ฤดูฝนจะเริ่มต้นตั้งแต่ปลายเดือน เมษายน – เดือนตุลาคม 
ฤดูหนาว จะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – เดือนกุมภาพันธ์ 
ฤดูร้อน จะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ – เดือนเมษายน 
มีจำนวนวันที่มีฝนตกประมาณ 150 วันต่อปี ปริมาณน้ำฝนที่วัดได้ ประมาณ 1,054 มิลลิเมตร / ปี อุณหภูมิเฉลี่ย 24 – 25 เซลเซียส

การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม

1. จุดแข็ง 
2. จุดอ่อน 
3. โอกาส

ปัญหา

แนวทางแก้ไข วิธีการดำเนินงาน 
ปัญหาของชุมชน

1. ด้านกายภาพ 
2. ด้านชีวภาพ 3. ด้านเศรษฐกิจ 4. ด้านสังคม

ข้อมูลพื้นฐานตำบลท่าดอกคำ

 ข้อมูลพื้นฐานตำบลท่าดอกคำ

      ตำบลท่าดอกคำ มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ลาดเท ลูกคลื่นลอนลาด มีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ประมาณ 149-300 เมตร มีทางน้ำเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งเป็นทางน้ำไหลมาจากบริเวณภูวัวลงสู่แม่น้ำโขง มีการพังทลายของหน้าดินสูง สภาพดินเป็นดินร่วนปนทรายปนกรวดลูกรัง มีน้ำท่วมซ้ำซากดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ มีการประกอบอาชีพด้านการเกษตร ปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น ข้าว มันสำปะหลังยางพารา ไม้ผล พืชฤดูแล้ง และปลูกพืชส่งโรงงาน ได้แก่ มะเขือเทศ ข้าวโพดหวาน

การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (SWOT)
จุดแข็ง
- มีแม่น้ำโขงไหลผ่าน
- มีระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้า จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ ม.2, 6, 7
- เกษตรกรมีการปลูกพืชผักในช่วงฤดูแล้ง หลังการเก็บเกี่ยวข้าวนาปี โดยเฉพาะหมู่บ้านที่มีพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขงหรือลำห้วยใหญ่ๆ ได้แก่ ม.1, 2, 6, 7, 8, 9, 13
- มีพื้นที่ปลูกยางพารา จำนวน 4,225 ไร่ ทำให้เป็นการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ ทำให้เกิดความชุ่มชื้นและเกษตรกรมีรายได้เพราะยางพาราดิบมีราคาสูง
- มีการปลูกพืชส่งโรงงาน ได้แก่ ปลูกมะเขือเทศส่งโรงงานไทยซุน ที่อำเภอศรีเชียงใหม่ โรงงานโรซ่าที่อำเภอโพนพิสัย และปลูกข้าวโพดหวานส่งโรงงานมาลีสามพราน อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม
- มีการผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ เพื่อให้สมาชิกนำไปใช้และจำหน่ายในชุมชน เช่น กลุ่มผลิตปุ๋ยหมัก ม.2,ม.3, ม.7, ม.8, ม.11, ม.12 และยังมีการผลิตใช้เองในครัวเรือน
- มีศูนย์ศิลปาชีพบ้านโชคอำนวย ซึ่งเป็นโครงการในสมเด็จพระบรมราชินีนาถฯ ซึ่งทำให้สมาชิกแม่บ้านหลายๆ หมู่บ้าน มีอาชีพมีรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์
- มีแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ เช่น น้ำตกลานดอกเงิน จะมีน้ำในช่วงฤดูฝน และมีหาดทรายลงเล่นน้ำในฤดูแล้ง เช่น หาดมะปราง
- สมาชิกกลุ่มแม่บ้านมีฝีมือด้านการทอผ้าฝ้ายพื้นเมืองและทอผ้าไหมมัดหมี่และผ้าไหมแพรวา
- สมาชิกกลุ่มพ่อบ้านมีฝีมือด้านการทำเฟอร์นิเจอร์จากไม้ไผ่และจากตอไม้เศษไม้ที่เหลือทิ้งตามเรือกสวนไร่นา
- มีการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เช่น การทำน้ำพริก การทำแจ่วบองของกลุ่มแม่บ้าน ม.4, ม.8, ม.13
- มีศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน เพื่อเป็นการกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี
- มีศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลเพื่อเป็นศูนย์กลางในการบริการความรู้ด้านการเกษตรและการจัดทำแผนพัฒนาตำบล
- มีการทำการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การเลี้ยงปลาในบ่อพลาสติกหลังบ้านเพื่อใช้บริโภคในครัวเรือน ได้แก่ ม.10

- มีการเลี้ยงโค-กระบือ เพื่อจำหน่ายเป็นรายได้
- มีการทำสวนผลไม้ที่ประสบผลสำเร็จ เช่น การปลูกเงาะพันธุ์โรงเรียนและปลูกลิ้นจี่พันธุ์นครพนมอยู่ในหมู่ที่ 5
- มีการเลี้ยงกวางเพื่อจำหน่าย อยู่ในหมู่ที่ 7 จุดอ่อน

- แม่น้ำโขงในช่วงฤดูแล้ง ระดับน้ำลดลงต่ำ ทำให้ลำบากในการนำน้ำขึ้นมาใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตร
- จุดสูบน้ำด้วยไฟฟ้ามีน้อย ไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกด้านการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกพืชฤดูแล้งระบบคลองน้ำชลประทานมีการชำรุดเสียหาย
- ราคาสินค้าเกษตรไม่แน่นอน โดยเฉพาะราคาพืชผักที่ปลูกในช่วงฤดูแล้งมีราคาตกต่ำ เช่น กะหล่ำปลีฟักเขียว ฟักทอง
- การปลูกพืชส่งโรงงาน บางชนิดมีการดำเนินงานโดยการผ่านนายหน้าหรือตัวแทน ทำให้ถูกโกงและไม่ได้รับเงินจากการขายผลผลิต เช่น มะเขือเทศ
- การผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพจะขาดแคลนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น กากน้ำตาล มูลสัตว์
- เส้นทางคมนาคมไม่สะดวกโดยเฉพาะในฤดูฝน เช่น น้ำท่วมถนนเข้าบ้านเหล่าหมากผาง ทำให้การเข้า-ออกหมู่บ้านต้องใช้เรือเท่านั้น หรือถนนไปยังแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกลานดอกเงิน
- วัตถุดิบในการทอผ้า ซึ่งต้องซื้อมาจากต่างถิ่นมีราคาแพง ต้นการผลิตสูงและขายยาก
- การผลิตเฟอร์นิเจอร์ ยังมีคุณภาพด้อยขาดการฝึกทักษะและขาดความรู้ในการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์
- แหล่งน้ำไม่เพียงพอโดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ไม่มีทำนบหรือฝายกั้นเพื่อกักเก็บน้ำและมีการตื้นเขิน ในฤดูฝนน้ำท่วมพื้นที่ทำการเกษตร
- เกษตรกรมีการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีทำให้ต้นทุนสูงและทำลายระบบนิเวศวิทยาทำให้กินมีสภาพเสื่อมโทรม
- มีการอพยพแรงงานไปทำงานนอกพื้นที่โดยเฉพาะไปต่างจังหวัด
- ขาดการพัฒนาในการบริหารจัดการของรูปแบบกลุ่ม ทำให้กลุ่มต่างๆ ไม่ก้าวหน้า
- ศักยภาพดินเป็นดินร่วนปนกรวด มีการชะล้างหน้าดิน

โอกาส
- การพัฒนาพื้นที่ให้มีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น โดยการปลูกยางพาราและราคายางพาราก็เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นรายได้หลักของเกษตรกรได้และเป็นการปรับสภาพแวดล้อมธรรมชาติด้วย
- การรณรงค์ให้เกษตรกรผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพเพื่อใช้ทดแทนปุ๋ยเคมีและพัฒนาให้ปุ๋ยหมักชีวภาพเทียบเท่าปุ๋ยเคมีจะเป็นการปรับปรุงคุณภาพดินให้ดีขึ้น และคุณภาพผลผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยต่อเกษตรกร
และผู้บริโภค

อุปสรรค/ข้อจำกัด
- ตำบลท่าดอกคำมีสภาพพื้นที่ที่ลาดเททำให้ประสบปัญหากับภัยธรรมชาติซ้ำซาก ทั้งน้ำท่วมในฤดูฝนแม่น้ำโขงหนุนเอ่อล้นเข้าไปตามลำห้วยต่างๆ ในขณะเดียวกันพอถึงฤดูแล้งกับประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำทั้งอุปโภคและทำการเกษตร
- การดำเนินกิจกรรมกลุ่มไม่เข้มแข็ง ขาดการบริหารและการจัดการที่ดี
- ตำบลท่าดอกคำเป็นตำบลเขตชายแดนติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทำให้มีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านเข้ามาในพื้นที่อยู่เสมอ

สภาพปัญหา
1. ปัญหาภัยธรรมชาติ น้ำท่วมในฤดูฝนและปัญหาขาดแคลนในช่วงฤดูแล้ง สาเหตุมาจากแหล่งน้ำมีการตื้นเขินและไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้
2. ปัญหาการขาดแรงงานภาคเกษตร เนื่องจากมีการอพยพแรงงานไปทำงานรับจ้างต่างจังหวัด หลังฤดูการปักดำข้าวนาปีและเก็บเกี่ยวข้าว
3. ปัญหากลุ่มต่างๆ ไม่เข้มแข็ง เพราะขาดการบริหารและการจัดการที่ดี
4. ปัญหาดินขาดความอุดมสมบูรณ์ มีผลต่อการผลิตพืชและสภาพแวดล้อมเพราะเกษตรกรขาดความรู้และทักษะในการปรับปรุงบำรุงดิน มีการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีในการเพิ่มผลผลิตทำให้มีสารเคมีตกค้างในดินและน้ำ ทำให้ระบบนิเวศวิทยาและสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป

แนวทางแก้ไข
1. พัฒนาระบบชลประทาน มีการขุดลอก ลำห้วย หนอง บึง และสร้างฝาย ทำนบกักเก็บน้ำไว้
2. อบรมและฝึกทักษะในด้านการประกอบอาชีพเสริมรายได้หลังฤดูการเพาะปลูก จัดหาตลาดรองรับผลิตภัณฑ์ที่แน่นอน
3. อบรมและฝึกทักษะการบริหารการจัดการในการดำเนินงานกลุ่มเพื่อพัฒนาให้กลุ่มเข้มแข็ง
4. อบรมและฝึกทักษะการทำน้ำหมักชีวภาพ น้ำหมักสมุนไพร การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ
5. ส่งเสริมและสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ โดยเป็นการดำเนินงานรูปแบบกลุ่ม
6. สนับสนุนเงินทุนดำเนินการในกลุ่มต่างๆ ที่มีกิจกรรมและดำเนินงานก้าวหน้า เพื่อให้เป็นรูปธรรม
7. สนับสนุนเงินทุนในการประกอบอาชีพเสริมรายได้

วิธีดำเนินงาน
1. สนับสนุนให้มีการผลิตพันธุ์ต้นกล้ายางพารา เพื่อลดต้นทุนในการส่งเสริมการปลูกยางพาราพันธุ์ดี
2. ส่งเสริมและสนับสนุนเงินทุนในการดำเนินการผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพและพัฒนาให้มีคุณภาพสามารถนำมาใช้ทดแทนปุ๋ยเคมี

3. สนับสนุนให้มีการทำแปลงสาธิตการใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพและน้ำหมักสมุนไพรไล่แมลง
4. ให้การรับรองมาตรฐานปุ๋ยหมักชีวภาพ
5. ส่งเสริมการทำเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง
6. สนับสนุนการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร

เป้าหมายการดำเนินงาน
1. เกษตรกรขยายพันธุ์ยางพารา จำนวน 50 ราย
2. เกษตรกรมีอาชีพเสริมรายได้ จำนวน 25 ราย
3. เกษตรกรรวมกลุ่มผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ จำนวน 3 กลุ่ม
4. ส่งเสริมการปลูกพืชผักโดยใช้ปุ๋ยหมักและสมุนไพรไล่แมลง จำนวน 20 ราย พื้นที่ 41 ไร่
5. ส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตการเกษตร จำนวน 40 ราย
6. สร้างความเข้มแข็งในการดำเนินงานกลุ่มให้แก่คณะกรรมการบริหารกลุ่ม จำนวน 3 กลุ่ม 30 ราย

สภาพภูมิประเทศ
ตำบลท่าดอกคำ มีลักษณะเป็นพื้นที่ลาดเท ลูกคลื่นลอนลาด มีความสูงระดับน้ำทะเลตั้งแต่ประมาณ 149-300 เมตร มีทางน้ำเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งเป็นทางน้ำไหลจากบริเวณภูวัวลงสู่แม่น้ำโขง และมีการพังทลายของหน้าดินสูง

แหล่งน้ำ
แหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำที่สร้างขึ้นในตำบลท่าดอกคำ ซึ่งบางแห่งก็มีน้ำตลอดปี และบางแห่งก็ขาดน้ำในช่วงฤดูแล้ง เริ่มตื้นเขินจะต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้มีการกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในการปลูกพืชโดยเฉพาะพืชฤดูแล้ง ซึ่งเป็นการทำการเกษตรที่ทำรายได้ให้แก่เกษตรกรเป็นอันมาก
แหล่งน้ำธรรมชาติ ได้แก่
- ห้วยหนิง ไหลผ่านและหมู่บ้านที่ได้รับประโยชน์ คือ หมู่ที่ 2,3,7,10,12
- ห้วยนาโคก ไหลผ่านและหมู่บ้านที่ได้รับประโยชน์ คือ หมู่ที่ 5
- ห้วยม่วง ไหลผ่านและหมู่บ้านที่ได้รับประโยชน์ คือ หมู่ที่ 4,11,5
- ห้วยทอน ไหลผ่านและหมู่บ้านที่ได้รับประโยชน์ คือ หมู่ที่ 10,8,13
- ห้วยหินแฮ่ ไหลผ่านและหมู่บ้านที่ได้รับประโยชน์ คือ หมู่ที่ 5,9
- ห้วยท่าไร่ ไหลผ่านและหมู่บ้านที่ได้รับประโยชน์ คือ หมู่ที่ 2,3,12
- ห้วยช้าง ไหลผ่านและหมู่บ้านที่ได้รับประโยชน์ คือ หมู่ที่ 3,10,12
- ห้วยน้อย ไหลผ่านและหมู่บ้านที่ได้รับประโยชน์ คือ หมู่ที่ 10
- ห้วยหินลาด ไหลผ่านและหมู่บ้านที่ได้รับประโยชน์ คือ หมู่ที่ 10
- แม่น้ำโขง ไหลผ่านและหมู่บ้านที่ได้รับประโยชน์ คือ หมู่ที่ 1,2,3,5,6,7,8,9,13
- หนองหวาย หมู่บ้านที่ได้รับประโยชน์ คือ หมู่ที่ 5 
แหล่งน้ำที่สร้างขึ้น ได้แก่
- อ่างเก็บน้ำห้วยหนิง หมู่บ้านที่ได้รับประโยชน์ คือ หมู่ที่ 3,7,8,12
- อ่างเก็บน้ำห้วยหินแฮ่ หมู่บ้านที่ได้รับประโยชน์ คำ หมู่ที่ 1,9,4,5,11
- สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านฝอยลม หมู่บ้านที่ได้รับประโยชน์ คือ หมู่ที่ 7,8,13
ระดับน้ำใต้ดิน
ตำบลท่าดอกคำ มีระดับน้ำใต้ดินโดยเฉพาะฤดูฝนประมาณ 3-4 เมตร เพราะแม่น้ำโขงมีระดับน้ำสูงและมีปริมาณน้ำที่ไหลซึมมาจากภูวัวเพื่อไหลผ่านลงสู่แม่น้ำโขง

ข้อมูลทางกายภาพ

ตำบลท่าดอกคำ ประกอบด้วยดินชุดต่างๆ ดังนี้
ดินชุดดินโพนพิสัย (Phon Phisai Series)
มีพื้นที่ประมาณ 56,313 ไร่ คิดเป็น 85% ของพื้นที่ เป็นลักษณะดินตื้นถึงตื้นมาก พบบริเวณพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบถึงลูกคลื่นลอนลาดขอตะพักลำน้ำระดับกลาง ลักษณะเนื้อดินบนเป็นดินร่วนปนทรายหรือดินร่วนสีน้ำตาล หรือน้ำตาลปนเทา ปฏิกิริยาดินเป็นกรดแก่ถึงเป็นกรดเล็กน้อย ค่าความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 5.0-6.5 ส่วนดินชั้นล่างเป็นดินร่วนเหนียวปนทรายปนกรวดลูกรังหรือดินร่วนเหนียวปนกรวดลูกรัง ชั้นที่เป็นกรวดลูกรังจะพบภายในความลึก 50 เซนติเมตรจากผิวดินบน ดินชั้นล่างมีสีน้ำตาลแก่หรือแดงปนเหลือง สำหรับดินที่อยู่ใต้ชั้นลูกรังจะเป็นดินเหนียว สีเทาอ่อนหรือน้ำตาลอ่อนปนเทา พบจุดปะสีแดงและเหลืองเกิดขึ้นมาก ปฏิกิริยาดินเป็นกรดจัดถึงเป็นกรดแก่ ค่าความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 4.5-5.5 ความอุดมสมบูรณ์ต่ำใช้ประโยชน์ในการปลูกพืชไร่รากตื้น ถ้ามีหน้าดินหนากว่า 5 เซนติเมตร
ดินชุดดินสตึก (Satuk Series)
มีพื้นที่ประมาณ 6,625 ไร่ คิดเป็น 10% ของพื้นที่ เป็นลักษณะพื้นที่ที่เป็นลูกคลื่นลอนลาดถึงลาดชัน ความลาดเทของพื้นที่อยู่ระหว่าง 2-8 เปอร์เซ็นต์ ลักษณะเนื้อดินเป็นดินร่วนเหนียวปนทราย สีน้ำตาลเข้มหรือน้ำตาลปนเทาเข้ม ส่วนดินชั้นล่างเป็นดินร่วนเหนียวปนทราย และดินเหนียวปนทรายในส่วนลึกของหน้าตัดดินมีสีน้ำตาลแก่ น้ำตาลปนเหลืองเหลืองปนแดง ดินชั้นบนมักมีปฏิกิริยาเป็นกรดปานกลางถึงเป็นกรดเล็กน้อย (PH 5.5-6.5) และดินชั้นล่างมีปฏิกิริยาเป็นกรดแก่ถึงแก่มาก (PH 4.5-5.5) มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ สภาพการระบายน้ำดี ใช้ประโยชน์ในการปลูกพืชไร่และไม้ผล
ดินชุดดินร้อยเอ็ด (Roi-Et series)
มีพื้นที่ประมาณ 2,650 ไร่ คิดเป็น 4% ของพื้นที่ เป็นลักษณะเนื้อดินบนเป็นดินร่วนปนทรายหรือดินร่วนสีน้ำตาลปนเทาหรือน้ำตาลอ่อนปนเทา พบจุดประสีน้ำตาลปนเหลืองหรือน้ำตาลแก่ ส่วนดินชั้นล่างเป็นดินร่วนหรือดินร่วนเหนียวปนทรายสีเทาปนชมพูหรือสีเทาอ่อน พบจุดประสีน้ำตาลปนเหลืองน้ำตาลเข้มและสีแดงปะปนอยู่กับสีพื้นปฏิกิริยาของดินเป็นกรดแก่ถึงเป็นกรดแก่มาก ค่าความเป็นด่างอยู่ระหว่าง 4.5-5.5 ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ
ดินชุดดินสรรพยา (Sanphaya Series)
มีพื้นที่ประมาณ 662 ไร่ คิดเป็น 1% ของพื้นที่ เป็นลักษณะเนื้อดินบนเป็นดินร่วนหรือดินเหนียวปนทรายแป้ง สีน้ำตาลเข้มปนเทาหรือน้ำตาลเข้มมากปนเทา ส่วนดินชั้นล่างจะพบชั้นดินร่วน ดินร่วนเหนียวหรือดินร่วนเหนียวปนทรายแป้งเกิดขึ้นสลับกับสีน้ำตาลหรือน้ำตาลปนเทา พบจุดประตลอดหน้าตัดของดิน เป็นสีน้ำตาลเข้มปนเหลือง น้ำตาลแก่หรือสีน้ำตาลเข้ม พบมากในดินชั้นล่าง นอกจากนี้ ยังพบเกล็ดของไมก้าเกิดขึ้นตลอดหน้าตัดดิน ปฏิกิริยาของดินเป็นกรดปานกลางอยู่ระหว่าง 6.0-7.0 

แนวทางกำหนดเขตส่งเสริมการเกษตร

ลักษณะภูมิประเทศ การใช้ที่ดินในปัจจุบัน แนวทางส่งเสริมการเกษตร
2.ที่ดอน3.ที่เนินสูง -ปลูกข้าว,ทำไร่นาสวนผสมผสม พืชไร่ พืชผักฤดูแล้ง-ปลูกพืชไร่,ไม้ผล,ไม้ยืนต้น (ยางพารา)-ปลูกไม้ผล,ไม้ยืนต้น,พืชไร่,ป่าไม้ -ส่งเสริมการปลูกข้าวพันธุ์ดี เช่น กข.6 ,ขาวดอกมะลิ-ส่งเสริมการปลูกพืชผักตามชายฝั่งแม่น้ำโขง-ส่งเสริมการปลูกพืชไร่-ส่งเสริมการปลูกพืชส่งโรงงาน-ส่งเสริมการปลูกไม้ผล-ส่งเสริมการเพาะเห็ด-ส่งเสริมการจัดไร่นาสวนผสม-ส่งเสริมการปลูกพืชตระกูลแตง-ส่งเสริมการปลูกพืชส่งโรงงาน-ส่งเสริมการปลูกพืชไร่ เช่น มันสำปะหลัง-ส่งเสริมการปลูกไม้ผล เช่น เงาะ ลิ้นจี่ ฝรั่ง มะม่วง-ส่งเสริมการปลูกไม้ยืนต้น เช่น ยางพารา ยูคาลิปตัส-ส่งเสริมการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ-ส่งเสริมการปลูกกล้วยน้ำว้า-ส่งเสริมการปลูกไม้ผล-ส่งเสริมการปลูกป่าเศรษฐกิจ-ส่งเสริมการปลูกไม้ยืนต้น (ยางพารา,ยูคาลิปตัส)

ข้อมูลสิ่งก่อสร้างต่างๆ ดังนี้

1. วัดและสำนักสงฆ์ จำนวน 18 แห่ง
2. โรงเรียนมัธยมศึกษา จำนวน 1 แห่ง
3. โรงเรียนประถมศึกษา จำนวน 5 แห่ง
4. สถานีอนามัยตำบล จำนวน 1 แห่ง
5. ปั้มน้ำมันขนาดกาง 2 หัวจ่าย จำนวน 3 แห่ง
6. โรงสีข้าว จำนวน 31 แห่ง
7. ร้านค้า จำนวน 44 แห่ง
8. หอกระจายข่าว จำนวน 13 แห่ง
9. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จำนวน 4 แห่ง
10.ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร จำนวน 1 แห่ง
11.สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า จำนวน 3 แห่ง
12.โรงผลิตน้ำแข็งระดับครัวเรือน จำนวน 2 แห่ง
13.ร้านซ่อมขนาดเล็ก จำนวน 13 แห่ง
14.ที่ทำการไปรษณีย์เอกชน จำนวน 1 แห่ง
15.โครงการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านโชคอำนวย จำนวน 1 แห่ง
16.ร้านขายยาเอกชน จำนวน 1 แห่ง

ข้อมูลชีวภาพ

ตำบลท่าดอกคำ เป็นตำบลที่ประกอบอาชีพด้านการเกษตรและมีพืชเศรษฐกิจ ดังนี้
1. ข้าวนาปี มีพื้นที่ปลูก จำนวน 10,149 ไร่
2. มันสำปะหลัง มีพื้นที่ปลูก จำนวน 2,465 ไร่
3. ยางพารา มีพื้นที่ปลูก จำนวน 4,225 ไร่
4. ไม้ผล มีพื้นที่ปลูก จำนวน 405 ไร่
5. พืชฤดูแล้ง เช่น
- ยาสูบ มีพื้นที่ปลูก จำนวน 143 ไร่
- มะเขือเทศ มีพื้นที่ปลูก จำนวน 74 ไร่
- ฟักหอม/ฟักเขียว มีพื้นที่ปลูก จำนวน 43 ไร่
- ข้าวโพดฝักสด มีพื้นที่ปลูก จำนวน 350 ไร่
- พืชผัก มีพื้นที่ปลูก จำนวน 115 ไร่

ตำบลท่าดอกคำ มีการประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก ปลูกพืชหลายชนิดและมีพืชหลักทางด้าน
เศรษฐกิจ ดังนี้
ข้าว ส่วนใหญ่จะมีการปลูกทั้ง 2 ชนิด มีทั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียวโดยข้าวเจ้าจะปลูกข้าวเจ้าพันธ์ขาวดอกมะลิ 105 และ กข.15 ข้าวเหนียวปลูกโดยใช้พันธุ์ กข.6 เป็นการปลูกเพื่อบริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้ เพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน
มันสำปะหลัง ปัจจุบันเริ่มมีการเพิ่มพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังอีกครั้ง หลังจากที่ลดพื้นที่ปลูกไปหลายปีเพราะปัจจุบันราคามันสำปะหลังเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการปลูกพันธุ์ที่ส่งเสริม เช่น พันธุ์ระยอง 5 เกษตรศาสตร์ 50 ระยอง 90
ยางพารา เป็นพืชที่มีการปลูกและเป็นรายได้อย่างดี ปัจจุบันนี้มีการขยายพื้นที่ปลูกมากขึ้น เนื่องจากราคายางแผ่นดิบมีราคาสูงและให้ผลผลิตได้นานหลายปี การดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก พันธุ์ที่นิยมปลูกได้แก่พันธุ์ RRIM 600
ไม้ผล ตำบลท่าดอกคำมีพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขง ทำให้สภาพดินและสภาพภูมิอากาศเหมาะกับการปลูกไม้ผลหลายๆชนิด และที่ได้ผลดี เช่น เงาะพันธุ์โรงเรียน ลิ้นจี่พันธุ์นครพนม 1 นอกจากนี้ยังมีมะม่วง ขนุน ลำไย ฝรั่ง ละมุด ปัจจุบันมีสวนไม้ผลเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปได้แก่ บ้านโนนสา บ้านหนองฮู บ้านฝอยลม
ไม้ยืนต้น/ไม้เศรษฐกิจโตเร็ว ปัจจุบันไม้เศรษฐกิจโตเร็วยังเป็นที่ต้องการของตลาดอีกมากและราคาเพิ่มสูงขึ้น เช่น ยูคาลิปตัส และยังมีการปลูกต้นสัก ต้นประดู่ เพื่อเก็บไว้จำหน่ายและไว้ใช้สอยอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการปลูกพืชหลังฤดูการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีแล้ว เพื่อเป็นรายได้แก่ครอบครัว เช่น 
ยาสูบ เป็นพืชที่ปลูกในเขต หมู่ที่ 6,9,1,2,7,8,13 โดยนำใบยาแห้งไปจำหน่ายที่สถานีบ่มใบยาสูบ อำเภอบ้านแพง จังหวัดหนองคาย
มะเขือเทศ เป็นพืชที่ปลูกในเขตหมู่ที่ 6,9,1,7 โดยเป็นการปลูกเพื่อส่งโรงงานที่อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย และปลูกขายในท้องถิ่น
ข้าวโพดฝักสด เป็นพืชที่ปลูกในเขตริมฝั่งแม่น้ำโขง เช่น หมู่ที่ 6,9,1,2,7,8,13 เพื่อส่งจำหน่ายให้โรงงานมาลีสามพราน อำเภอบ้านแพง จังหวัดหนองคาย

และนอกจากนี้ ยังมีฟักทอง ฟักหอม ฟักเขียว และพืชผักต่างๆ ที่ปลูกเพื่อบริโภคและจำหน่ายให้พ่อค้าในท้องถิ่นมารับซื้อไปขาย

การเลี้ยงปลา

การประมงในตำบลท่าดอกคำส่วนใหญ่จะเป็นการหาปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อบริโภคและจำหน่ายมากกว่าจะเป็นการเลี้ยงปลาในบ่อ เพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพ แต่จะเลี้ยงเพื่อเก็บไว้บริโภคในครัวเรือน มีบ่อปลาแยกเป็นหมู่บ้านต่างๆ ดังนี้
หมู่ที่ 1 มีบ่อปลาจำนวน 34 บ่อ
หมู่ที่ 2 มีบ่อปลาจำนวน 44 บ่อ
หมู่ที่ 3 มีบ่อปลาจำนวน 32 บ่อ
หมู่ที่ 4 มีบ่อปลาจำนวน 20 บ่อ
หมู่ที่ 5 มีบ่อปลาจำนวน 22 บ่อ
หมู่ที่ 6 มีบ่อปลาจำนวน 13 บ่อ
หมู่ที่ 7 มีบ่อปลาจำนวน 36 บ่อ
หมู่ที่ 8 มีบ่อปลาจำนวน 26 บ่อ
หมู่ที่ 9 มีบ่อปลาจำนวน 80 บ่อ
หมู่ที่ 10 มีบ่อปลาจำนวน 14 บ่อ
หมู่ที่ 11 มีบ่อปลาจำนวน 20 บ่อ
หมู่ที่ 12 มีบ่อปลาจำนวน 29 บ่อ
หมู่ที่ 13 มีบ่อปลาจำนวน 32 บ่อ
รวม 402 บ่อ

ข้อมูลรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปี

(เรียงลำดับจากหมู่บ้านที่มีรายได้เฉลี่ยน้อยไปหามาก) ดังนี้
ลำดับที่ หมู่ที่/ชื่อหมู่บ้าน รายได้เฉลี่ยต่อคน หมายเหตุ
12345678910111213 ม.4 บ้านหนองแสงม.3 บ้านไทยเจริญม.9 บ้านท่าดอกคำเหนือม.7 บ้านฝอยลมม.11 บ้านหนองแสงพัฒนาม.6 บ้านเหล่าหมากผางม.2 บ้านท่าไร่ม.12 บ้านไทยเจริญใต้ม.10 บ้านโชคอำนวยม.1 บ้านท่าดอกคำม.8 บ้านหนองฮูม.5 บ้านโนนสาม.13 บ้านหนองฮู 11,12012,69916,10617,45017,46618,60118,90519,22720,15420,88521,92122,18333,437

หมายเหตุ เฉลี่ยรายได้ต่อคนต่อปีของคนในตำบลท่าดอกคำ 18,877 บาท

ข้อมูลกลุ่มต่างๆ

ที่ ชื่อกลุ่ม ที่อยู่ เงินทุนกลุ่ม(บาท) กิจกรรม สมาชิก(คน)
123456789101112131415 กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านฝอยลมกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหนองแสงกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหนองแสงพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านท่าดอกคำเหนือกลุ่มอาชีพผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านไทยเจริญกลุ่มผู้ปลูกยางพาราบ้านโนนสากลุ่มวิสาหกิจชุมชนปุ๋ยหมักชีวภาพบ้านหนองแสงพัฒนากลุ่มศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนบ้ายฝอยลมกลุ่มปุ๋ยหมักชีวภาพบ้านท่าไร่กลุ่มเยาวชนเกษตรกรบ้านโนนสากลุ่มอาชีพทำเฟอร์นิเจอร์กลุ่มวิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวบ้านหนองฮูกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านโชคอำนวยกลุ่มอาชีพผู้ปลูกมันสำปะหลัง 34 ม.7 ต.ท่าดอกคำอ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย14 ม.11 ต.ท่าดอกคำอ.บึงโขงหลง จ.หนองคายม.4 ต.ท่าดอกคำอ.บึงโขงหลง จ.หนองคายม.9 ต.ท่าดอกคำอ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย66 ม.2 ต.ท่าดอกคำอ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย75 ม.12 ต.ท่าดอกคำอ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย83 ม.5 ต.ท่าดอกคำอ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย14 ม.11 ต.ท่าดอกคำอ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย94 ม.7 ต.ท่าดอกคำอ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย45 ม.5 ต.ท่าดอกคำอ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย69 ม.12 ต.ท่าดอกคำอ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย53 ม.8 ต.ท่าดอกคำอ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย53 ม.8 ต.ท่าดอกคำอ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย31 ม.10 ต.ท่าดอกคำอ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย52 ม.4 ต.ท่าดอกคำอ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย 50,0005,0002,0001,0004,5005,00012,00068,0002,0003,0002,0005,0003,00012,000- -ทอผ้าฝ้ายและผ้าไทย-ทอผ้าฝ้ายและผ้าไทย-ทอผ้าฝ้ายพื้นเมือง-ทอผ้าและทำขนม-ผลิตแชมพู,น้ำยาล้างจาน-ตัดเย็บเสื้อผ้า-รวมกันขายยางแผ่น,เศษยาง-ผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ-ผลิตพันธุ์ข้าว-ผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ-ปลูกพืชผัก-ทำเฟอร์นิเจอร์ไม้-โรงสีข้าว,เลี้ยงสุกร-ทอผ้า ตัดเย็บเสื้อผ้า-ปลูกมันสำปะหลัง 252319302815183824111559202015
ข้อมูลกลุ่มต่างๆ

ที่ ชื่อกลุ่ม ที่อยู่ เงินทุนกลุ่ม(บาท) กิจกรรม สมาชิก(คน)
16171819 กลุ่มอาชีพผู้ปลูกมะเขือเทศกลุ่มอาชีพผู้ปลูกมันสำปะหลังกลุ่มอาชีพทอผ้าบ้านโชคอำนวยกลุ่มเกษตรพัฒนาบ้านหนองฮูม.13 78 ม.6 ต.ท่าดอกคำอ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย30 ม.7 ต.ท่าดอกคำอ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย9 ม.10 ต.ท่าดอกคำอ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย8 ม.13 ต.ท่าดอกคำอ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย -1,5003,5001,500 -ปลูกมะเขือเทศ-ปลูกมันสำปะหลัง-ทอผ้า-ปลูกฟักทอง 10151535

วิสัยทัศน์

วิสัยทัศน์ของจังหวัดหนองคาย
“เมืองน่าอยู่ ควบคู่การศึกษา วัฒนธรรมล้ำค่า เกษตรอุตสาหกรรมหลากหลาย 
ขยายเศรษฐกิจการค้าอินโดจีน พัฒนาการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน”

วิสัยทัศน์ของสำนักงานเกษตร
“เกษตรกรเข้มแข็ง เป็นแหล่งบริการความรู้ มุ่งสู่เกษตรอินทรีย์ เพิ่มมูลค่าผลผลิต มีอาชีพมั่นคง”

วิสัยทัศน์สำนักงานเกษตรอำเภอบึงโขงหลง
“การเกษตรอำเภอบึงโขงหลง มุ่งผลิตอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัยสู่ตลาดอินโดจีน”

วิสัยทัศน์ในการพัฒนาท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าดอกคำ
“ท้องถิ่นน่าอยู่ ฟื้นฟูการศึกษา รักษาวัฒนธรรม อุปถัมภ์ผู้สูงอายุ 
ปฏิบัติงานเป็นประจำ ดูแลสิ่งแวดล้อม”

วิสัยทัศน์ของชุมชน

ฝันของบุคคล
1. ต้องการให้ผลผลิตทางการเกษตรเฉลี่ยต่อไร่เพิ่มมากขึ้น
2. ต้องการให้หนี้สินที่มีหมดไป
3. ต้องการมีระบบน้ำที่ดีในการทำการเกษตร
4. ต้องการความรู้ด้านการเกษตร เช่น การติดตายาง การกรีดยาง
5. ต้องการโค-กระบือ มาเลี้ยงเพื่อเป็นรายได้เสริมในครอบครัว

ฝันของชุมชน
1. ต้องการน้ำและแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรที่เพียงพอตลอดฤดูแล้ง
2. ต้องการไฟฟ้าเพื่อการเกษตร
3. ต้องการตลาดกลาง
4. ต้องการเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน
5. ต้องการถนนและการคมนาคมที่สะดวกในการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร
6. ต้องการให้มีการประกันราคาสินค้าเกษตร

ฝันที่สามารถเป็นไปได้
1. ต้องการความรู้ด้านการเกษตร เช่น การติดตายาง การกรีดยาง การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ 
การทำน้ำหมักชีวภาพ การทำสารสมุนไพรไล่แมลง
2. ต้องการเพิ่มผลผลิตทางเกษตรและปลอดภัยจากสารพิษ
3. ต้องการระบบน้ำทางการเกษตรที่ดี
4. ต้องการแนวความคิดและหลักปฏิบัติในการลดภาระหนี้สิน

(Visited 12,354 times, 1 visits today)