ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ)

ข้อมูล จปฐ.

ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.)

                   ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.)  คือ  ข้อมูลในระดับครัวเรือนที่แสดงถึงสภาพความจำเป็นพื้นฐานของคนในครัวเรือนในด้านต่างๆ เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตที่ได้กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำไว้ว่าคนควรจะมีคุณภาพชีวิตในแต่ละเรื่องอย่างไร ในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ

ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) เป็นข้อมูลที่แสดงถึงลักษณะของสังคมไทยที่พึงประสงค์ตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำของเครื่องชี้วัดว่า  อย่างน้อยคนไทยควรจะมีระดับความเป็นอยู่ไม่ต่ำกว่าระดับไหนในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ  และทำให้ประชาชนสามารถทราบได้ด้วยตนเองว่าในขณะนี้คุณภาพชีวิตของตนเอง ครอบครัว รวมไปถึงหมู่บ้าน/ชุมชน อยู่ในระดับใด มีปัญหาที่จะต้องแก้ไขในเรื่องใดบ้าง  เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว และสังคม อันเป็นนโยบายสำคัญในการพัฒนาประเทศ

หลักการของข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน

1) ใช้เครื่องชี้วัดความจำเป็นพื้นฐานเป็นเครื่องมือของกระบวนการเรียนรู้ของประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อให้ประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชน ทราบถึงสภาพความเป็นอยู่ของตนเองและหมู่บ้าน/ชุมชนว่าบรรลุตามเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐานหรือไม่

2) ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา โดยผ่านกระบวนการความจำเป็นพื้นฐาน  นับตั้งแต่การกำหนดปัญหาความต้องการที่แท้จริงของหมู่บ้าน/ชุมชน  ค้นหาแนวทางแก้ไขปัญหา ตลอดจนการประเมินผลการดำเนินงานที่ผ่านมา

3) ใช้ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานเป็นแนวทางในการคัดเลือกโครงการ กิจกรรมต่างๆ ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาที่แท้จริงของหมู่บ้าน/ชุมชน สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการประสานระหว่างสาขาในด้านการปฏิบัติมากขึ้น

วัตถุประสงค์ในการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน

“ เพื่อให้ประชาชนสามารถพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของตนเอง และครอบครัว ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างน้อยผ่านเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน โดยมีเครื่องชี้วัด จปฐ. เป็นเครื่องมือ ”

แนวคิดและความเป็นมาของข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน

ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน  ที่ได้มีการจัดเก็บโดยประชาชน  ด้วยความสนับสนุนของคณะทำงานบริหารการจัดเก็บข้อมูลฯ ระดับตำบลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  จะทำให้ทราบว่าแต่ละครัวเรือนมีปัญหาอะไร  หมู่บ้าน/ชุมชน และตำบลมีปัญหาอะไร และเมื่อทราบแล้วส่วนใดสามารถแก้ปัญหาเองได้  ครัวเรือนแต่ละครัวเรือน และคณะกรรมการหมู่บ้าน/ชุมชนก็ต้องช่วยกันดำเนินการแก้ไข  ส่วนใดที่ไม่สามารถดำเนินการได้เองก็ให้ขอรับการสนับสนุนบางส่วนหรือทั้งหมดจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ส่วนราชการในภูมิภาค (อำเภอ จังหวัด) ส่วนราชการส่วนกลาง(กรม,กระทรวง) หรือในระดับรัฐบาลต่อไป

                   ปี 2525 แนวความคิดเกิดขึ้นครั้งแรก สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้กำหนดรูปแบบลักษณะของสังคมไทย และคนไทยที่พึงประสงค์ในอนาคต โดยกำหนดเป็นเครื่องชี้วัดความจำเป็นพื้นฐานของคนไทย  ซึ่งได้ข้อสรุปว่า “การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยจะต้องผ่านเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐานทุกตัวชี้วัด”

                  ปี 2528 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบและอนุมัติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2528 ให้มีการดำเนินการโครงการปีรณรงค์คุณภาพชีวิตและประกาศใช้เป็น “ปีรณรงค์คุณภาพชีวิตของประชาชนในชาติ (ปรช.)”  (20 สิงหาคม 2525- 31 ธันวาคม 2530) โดยใช้เครื่องชี้วัดความจำเป็นพื้นฐาน 8 หมวด 32 ตัวชี้วัด เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดคุณภาพชีวิตของคนไทยว่าอย่างน้อยคนไทยควรมีคุณภาพชีวิตในเรื่องอะไรบ้าง และควรมีระดับไหนในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ

                   ปี 2531 คณะกรรมการพัฒนาชนบทแห่งชาติ (กชช.) มีมติให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มอบโครงการปีรณรงค์ให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชนเป็นหน่วยงานรับผิดชอบประสานการดำเนินการ ภายใต้ชื่องานว่า “งานพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชนบท (พชช.)”

                   ปี 2533 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน  ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานเป็นประจำทุกปี และมีการปรับปรุงเครื่องชี้วัด ทุก 5 ปี ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ   สังคมแห่งชาติ

                   ปี 2555  อยู่ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2555 – 2559)       มีเครื่องชี้วัด 5 หมวด 30 ตัวชี้วัด

                   ปี 2560 อยู่ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560 – 2564)         มีเครื่องชี้วัด 5 หมวด 31 ตัวชี้วัด

การกำหนดเครื่องชี้วัดความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.)

ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน บริหารการจัดเก็บโดยคณะกรรมการอำนวยการงานพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน (พชช.) ประธานคณะกรรมการ ได้แก่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นเลขานุการ คณะกรรมการประกอบด้วยผู้แทนส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ทุกๆ  5 ปี  คณะกรรมการอำนวยการฯ (พชช.) จะแต่งตั้งและมอบหมายให้คณะทำงานปรับปรุงเครื่องชี้วัดคุณภาพชีวิตของประชาชน ได้ปรับปรุง หรือพัฒนาเครื่องชี้วัดความจำเป็นพื้นฐานให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่กำหนดขึ้นใหม่  คณะทำงานประกอบด้วยผู้แทนส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีกรมการพัฒนาชุมชนเป็นฝ่ายเลขานุการ ซึ่งจะร่วมกันกำหนดเครื่องชี้วัด ตัวชี้วัด  เกณฑ์ชี้วัดความจำเป็นพื้นฐาน และหน่วยงานเจ้าภาพตัวชี้วัดความจำเป็นพื้นฐานที่ต้องรับผิดชอบ    นำผลการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

ประโยชน์ของข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน

1) ประชาชน จะได้ทราบข้อมูลสถานการณ์คุณภาพชีวิตของตนเองและครัวเรือน  สามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้ด้วยตนเอง ตัวอย่างเช่น  การดูแลสุขภาพอนามัย  ความเป็นอยู่ และความปลอดภัยของสมาชิกครัวเรือน ฯลฯ

2) ประชาชน สามารถเข้าถึง และได้รับสวัสดิการด้านต่างๆ จากรัฐ โดยเฉพาะการช่วยเหลือ สนับสนุนจากภาครัฐอย่างทันท่วงที  เมื่อได้รับผลกระทบจากสาธารณภัยหรือภัยพิบัติ  เพราะได้ให้ข้อมูลของตนเองไว้กับภาครัฐ

3) ชุมชน โดยคณะกรรมการหมู่บ้าน องค์กร หรือกลุ่มภายในหมู่บ้าน/ชุมชนจะได้ทราบ และ   มีข้อมูลสถานการณ์คุณภาพชีวิตของประชาชน ครัวเรือน และหมู่บ้าน/ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อจะได้นำไปใช้ในการวางแผน กำหนดกิจกรรมพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

4) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือภาครัฐที่เกี่ยวข้อง จะได้ทราบและมีข้อมูลสถานการณ์คุณภาพชีวิตของประชาชน ครัวเรือน ชุมชน ตำบล อำเภอ จังหวัด ตลอดจนภาพรวมในระดับประเทศเพื่อนำไปใช้กำหนดนโยบายวางแผนปฏิบัติการ  กำหนดกิจกรรม เพื่อแก้ไขปัญหา และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

5) ภาครัฐ  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน กลุ่ม องค์กร หรือสถาบันที่เกี่ยวข้อง สามารถเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายตามสภาพปัญหาได้อย่างทั่วถึง ทุกพื้นที่ เขตชนบท หรือเขตเมืองทั้งในกรณีปกติ และกรณีเร่งด่วน

6) ภาคเอกชน สามารถนำข้อมูลในภาพรวมระดับหมู่บ้าน/ชุมชนขึ้นไป ไปใช้ในการตัดสินใจ และวางแผนทางธุรกิจ ซึ่งจะมีส่วนสนับสนุน ส่งเสริมการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอีกทางหนึ่ง

 

(Visited 26 times, 1 visits today)