ประวัติความเป็นมา

คำขวัญอำเภอทุ่งยางแดง

ทุ่งทองกว้างไกล พรุใหญ่แหล่งปลา ภาษาถิ่นพิเทน

พี่เณรเชื้อสายเก่า ขุนเขาช้างคลาน อุทยานนางผมหอม

 

ความเป็นมาของอำเภอ

ประวัติอำเภอทุ่งยางแดง

          อำเภอทุ่งยางแดง เดิมเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของอำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี   ต่อมาได้รับการยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2520 และได้มีพระราชกฤษฎีกา ยกฐานะเป็นอำเภอเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2537 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนในการให้บริการได้เร็วยิ่งขึ้น   

จำนวนประชากร

  • จำนวนครัวเรือน 4,031  ครัวเรือน
  • จำนวนประชากร 18,805  คน  แบ่งเป็น ชาย  9,152 คน  หญิง 9,653  คน

ที่มา: ข้อมูล จปฐ. ปี 2559

อาณาเขตและที่ตั้ง

          อำเภอทุ่งยางแดงตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดปัตตานี ห่างจากตัวจังหวัดปัตตานี ประมาณ 46  กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อ  ดังนี้

       ทิศเหนือ                จดพื้นที่อำเภอมายอ  จังหวัดปัตตานี

       ทิศใต้                    จดพื้นที่อำเภอรามัน  จังหวัดยะลา

       ทิศตะวันออก       จดพื้นที่อำเภอกะพ้อ/อำเภอสายบุรี  จังหวัดปัตตานี

       ทิศตะวันตก         จดพื้นที่อำเภอยะรัง  จังหวัดปัตตานี

 

การบริหารราชการของอำเภอทุ่งยางแดง  ประกอบด้วยหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้

  1. หน่วยงานสังกัดราชการส่วนภูมิภาค  จำนวน  14  หน่วยงาน  ประกอบด้วย

                   1.1 สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอทุ่งยางแดง

                    1.2 สำนักงานเกตษรอำเภอทุ่งยางแดง

                   1.3 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุ่งยางแดง

                   1.4  สถานีตำรวจภูธรทุ่งยางแดง

                    1.5  สำนักงานปศุสัตว์อำเภอทุ่งยางแดง

                    1.6  สำนักงานที่ดินอำเภอทุ่งยางแดง

                   1.7  หน่วยสัสดีอำเภอทุ่งยางแดง

                   1.8 วัฒนธรรมอำเภอทุ่งยางแดง

                   1.9 สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาทุ่งยางแดง

                    1.10 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอทุ่งยางแดง

                   1.11 สำนักงานท้องถิ่นอำเภอทุ่งยางแดง

                   1.12 โรงพยาบาลทุ่งยางแดง

                   1.13 สำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอทุ่งยางแดง

                   1.14  สำนักงานสหกรณ์อำเภอทุ่งยางแดง

  1.   หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  จำนวน 4 แห่ง  ประกอบด้วย

                   2.1  องค์การบริหารส่วนตำบลตะโละแมะนา

                   2.2  องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำดำ

                   2.3  องค์การบริหารส่วนตำบลปากู

                   2.4  องค์การบริหารส่วนตำบลพิเทน

  1. หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ  จำนวน  1  แห่ง

                    การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอทุ่งยางแดง

  1. หน่วยงานความมั่นคง

                   4.1  หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี  ที่  25

                   4.2  หน่วยงานพัฒนาการเคลื่อนที่  44

                   4.3  กองร้อยทหารพรานที่  4404

  1. โรงเรียน/สถาบันการศึกษา

                   5.1  โรงเรียนระดับประถมศึกษา จำนวน 12 แห่ง

                   5.2  โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา จำนวน 2 แห่ง

                   5.3  โรงเรียนเอกชนจำนวน 5 แห่ง        

                   5.4 ศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพ(วิทยาลัยการอาชีพปัตตานี) จำนวน 1 แห่ง

                   5.5 โรงเรียนตาดีกาจำนวน 20แห่ง

                   5.6  สถาบันการศึกษาปอเนาะ จำนวน 11 แห่ง

การประกอบอาชีพและประชากร

                   ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม ได้แก่ การทำสวนยางพารา ลองกอง เงาะ ทุเรียน ทำนา ทำไร่ ประมงน้ำจืด (อาชีพตามฤดูกาล) ฯลฯ  นอกจากนี้ อำเภอทุ่งยางแดงมีสินค้าจากภูมิปัญญาชาวบ้านที่สำคัญ ๆ ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประชากรในพื้นที่พอสมควร และยังมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้แก่ โครงการศูนย์ศิลปาชีพบ้านพิเทน อยู่ที่หมู่ที่ 2  ตำบลพิเทน  อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี  รายได้เฉลี่ยของประชากร 41,515 บาท/คน/ปี

ที่มา: ข้อมูล จปฐ. ปี 2559

 

สภาพพื้นที่

อำเภอทุ่งยางแดง มีเนื้อที่ประมาณ 78,125 ไร่  หรือ 114.97 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ราบลุ่มประมาณ 50,000 ไร่ พื้นที่ภูเขาประมาณ 10,000 ไร่ พื้นที่พรุประมาณ 3,000 ไร่ และอื่น ๆ ประมาณ 15,125 ไร่ มีพื้นที่การใช้ประโยชน์ประมาณ 57,602 ไร่ โดยมีพื้นที่การปกครองแบ่งออกเป็น  4  ตำบล  22  หมู่บ้าน ประกอบด้วย

  1. ตำบลตะโละแมะนา            มีจำนวน          4  หมู่บ้าน
  2. ตำบลน้ำดำ                         มีจำนวน          4  หมู่บ้าน
  3. ตำบลปากู                           มีจำนวน          7  หมู่บ้าน
  4. ตำบลพิเทน                        มีจำนวน          7  หมู่บ้าน

ขนบธรรมเนียม  ประเพณีและ วัฒนธรรม

             เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ของอำเภอทุ่งยางแดง  นับถือศาสนาอิสลาม  ร้อยละ 98   ดังนั้น  ความเชื่อ  ขนบธรรมเนียม  ประเพณีและวัฒนธรรม  ส่วนใหญ่จะมีความสัมพันธ์หลักศาสนาอิสลามอย่างมาก  หรือเรียกว่าวิถีชีวิตมุสลิม  (MUSLIM  WAY  OF  LIFE)

  1. การเข้าสุนัต

    การเข้าสุนัตหรือมาโซะยาวี  (ภาษามลายู)  การขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย  เป็นกิจกรรมที่มุสลิมทุกคนถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด  นิยมทำเมื่อเด็กอายุ  6 -15  ปี ทั้งนี้  เพื่อความสะดวกในการทำความสะอาดอวัยวะเพศอันจะมีผลต่อการปฏิบัติศาสนกิจ  โดยอำเภอทุ่งยางแดง ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่  จัดงานการเข้าสุนัตหมู่  โดยจะนำเด็กจากหมู่บ้าน  ตำบลต่าง  ๆ  ประมาณ  50-60  คน  กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี 

  1. การกวนอาซูรอ

อาซูรอ  เป็นคำภาษาอาหรับ  ซึ่งเป็นขนมชนิดหนึ่ง  มีรสหวาน  อร่อยมาก  ส่วนผสมประกอบด้วย  ข้าวสาร  มันสำปะหลัง  หรือเผือก  ข้าวโพดน้ำตาล  น้ำตาลปี๊บ  และกะทิ  เป็นต้น  ที่มาของขนมอาซูรอ  กล่าวคือ  ท่านศาสดาออกไปรบ  ทำสงครามกับพวกที่รุกราน  กดขี่ข่มเหงอิสลาม  สงครามครั้งนั้นยืดเยื้อเป็นเวลานาน  ทำให้เสบียงเหลือน้อย  ท่านศาสดาจึงมีความคิดในการนำเอาเสบียงที่ยังเหลืออยู่มาผสมกันกลายเป็นขนมอาซูรอ         อำเภอทุ่งยางแดงร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  จัดการแข่งขัน  กวนขนมอาซูรอ  เป็นประจำทุกปีเป็นกิจกรรมการที่สร้างความสนุกสนาน  แสดงถึงความรักความสามัคคีของชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างดี

 การจัดงานเมาว์ลิดินนบีย์

     อำเภอทุ่งยางแดง  ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สถาบันศึกษาปอเนาะในเขตพื้นที่  ร่วมจัดงานเมาลิดประจำปี เพื่อรำลึกถึงเดือนแห่งการประสูติของท่านศาสดามุฮัมมัดศ๊อลลัลลอฮุอลัยฮิวะสัลลัม  ในการจัดงานดังกล่าวมีกิจกรรมหลายอย่าง  อาทิเช่น  การประกวดร้องอานาซีด  ประกวดอ่านคัมภีร์อัลกุรอานการประกวดการอาซาน และอื่นๆเป็นต้น   

  1. ดิเกฮูลู

     คำว่า  ดิเก  คือเพลงสรรเสริญพระเจ้า  คำว่า  ฮูลู  หมายถึง  บริเวณต้นน้ำหรือหมู่บ้านชนบท  ดิเกฮูลู  เกิดขึ้นครั้งแรก  ณ  ท้องที่เหนือลำน้ำอันเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำสายบุรี  ชาวบ้านเรียกว่า  ฮูลู  การแสดงดิเกฮูลูจะ ประกอบด้วยแม่เพลง  1-2  คน  ลูกคู่ประมาณ  10-15  คน  เวลาแสดงจะใช้แม่เพลงขับกลอนโต้ตอบความสนุกสนานอยู่ที่ปฏิภาณไหวพริบของแม่เพลงที่ขับเพลงโต้ตอบกัน  ในเขตพื้นที่อำเภอทุ่งยางแดง  มีคณะดิเกฮูลูหลายคณะด้วยกัน  ทางอำเภอจะนำคณะดีเกฮูลูไปประกวดงานกาชาดเป็นประจำทุกปี  นอกจากนี้  ทางอำเภอเคยเชิญคณะลิเกฮูลูคณะต่าง ๆ  มาแสดงในงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ  ที่ทางอำเภอจัดขึ้น

  1. ปัญจสีลัต

          ปัญจสีลัต  เป็นการละเล่นพื้นบ้าน  แสดงถึงศิลปะการต่อสู้และการป้องกันตัวอีกรูปแบบหนึ่ง  ลักษณะของปัญจสีลัต  คือการแสดงการต่อสู้ ระหว่างบุคคล  2  ฝ่าย  อาจจะเป็น  ชาย-ชาย  หรือ  หญิง-หญิง  ในการแสดงจะมีการรำแสดงท่าการต่อสู้  การแสดงปัญจสิลัต  นั้น  จะมีเสียงดนตรีประกอบด้วย  เสียง  อาทิเช่น  ปี่  กลอง  โม่ง  เป็นต้น  อำเภอทุ่งยางแดง  ส่งเสริมและสนับสนุนการเล่นปัญจสิลัต  ให้อยู่ควบคู่กับสังคมไทยตลอดไป

      6.ตรุษอีดิลฟิตรี/ตรุษอีดิลอัฎฮา

       ตรุษอีดิลฟิตรีและตรุษอีดิลอัฎฮา  เป็นวันสำคัญในศาสนาอิสลาม  กิจกรรมในวันตรุษอีดิลฟิตรีนั้น  ชาวไทยมุสลิมที่นับถือศาสนาอิสลาม  จะต้องบริจาคซะกาตก่อนที่จะประกอบพิธีละหมาดตรุษอีดิลฟิตรีในช่วงเช้า  หลังจากนั้นจะมีการพบปะเยี่ยมเยียนญาติผู้ใหญ่  และมิตรสหายเพื่อนบ้าน  มีการยกโทษ  ให้อภัย  ซึ่งกันและกัน  ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีอย่างยิ่งและน่าส่งเสริม ส่วนในวันตรุษอีดิลอัฎฮา  นั้น  จะมีการกุรบาน  (การเชือดวัว)  แล้วบริจาคให้กับคนยากจน  อีกกิจกรรมหนึ่ง  ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ  ก็เหมือนกับกิจกรรมในวันตรุษอีดิลฟิตรี

 

  1. ภาษาถิ่นพิเทน

ตำบลพิเทน  เป็นตำบลหนึ่งในอำเภอทุ่งยางแดง  เป็นตำบลเก่าแก่  เชื่อว่าบรรพรุษเป็นชาวอยุธยา  อพยพมาตั้งถิ่นฐานในตำบลพิเทน  ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา  เอกลักษณ์ของตำบลพิเทน  คือ  ภาษาถิ่น  ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้เฉพาะในท้องที่ตำบลพิเทน  อำเภอทุ่งยางแดง  จังหวัดปัตตานี  เท่านั้น  โดยมีสำเนียงการพูดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ  มีคำศัพท์  ถ้อยคำที่ผสมผสานระหว่างภาษาถิ่นใต้กับคำราชาศัพท์  เช่น  คำว่า  กลด  หมายถึง  ร่ม  กือสาร  หมายถึง  ข้าวสาร  ปลากือริง  หมายถึง  ปลาแห้ง  โลดฉะเนียง  หมายถึง  ลูกเนียง  น้ำหิน  หมายถึง  น้ำแข็ง  เป็นต้น

สถานที่สำคัญ/สถานที่ท่องเที่ยว

          อำเภอทุ่งยางแดง มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ๆ ดังนี้

  1. สุสานพี่เณร

จากการเล่าสืบต่อกันมากว่า 300 ปี พี่เณรและพี่น้องอีก 6 คน     ได้อพยพจากอยุธยามาตั้งถิ่นฐานบริเวณตำบลพิเทน โดยใช้ช้างเผือกคู่บ้านคู่เมืองเป็นพาหนะในการเดินทาง    ต่อมาช้างดังกล่าวเกิดสูญหาย เป็นเหตุให้พี่เณร     ไม่กล้าเดินทางกลับบ้านเกิด   เพราะกลัวอาญาแผ่นดิน    จึงได้ตั้งรกรากอยู่ในป่าทึบ (ตำบลพิเทนในปัจจุบัน)    ส่วนพี่น้องที่เหลือได้แยกย้ายถิ่นฐานอยู่บริเวณใกล้เคียง    ต่อมาพี่เณรได้เสียชีวิตลงและ    ได้ฝังศพที่บ้านควน หมู่ที่ 2 ตำบลพิเทน อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี

  1. ศูนย์ศิลปาชีพบ้านพิเทน

เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานเมื่อพระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมเยียนพสกนิกรตำบลพิเทน ในวันที่ 1 ตุลาคม 2534 กิจกรรมของศูนย์ฯมี  2  กิจกรรม  คือ กลุ่มปักผ้าคลุมผม มี นางเย๊าะเจ๊ะดอ  เป็นหัวหน้า มีสมาชิก 7 คน  กลุ่มทอผ้าด้วยกี่กระทบมี นางสะปีเยาะ  ยีลัง เป็นหัวหน้า มีสมาชิก 9 คน

  1. พรุน้ำดำ

พรุน้ำดำเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “พรุลานควาย”  ในช่วงฤดูฝนประมาณเดือน ตุลาคม – ธันวาคม ของทุกปี บริเวณนี้จะมีน้ำจากแม่น้ำสายบุรี  ลำคลองลงบริเวณไกลเคียงและน้ำป่าไหลหลาก จากอำเภอวังพญา จังหวัดยะลา ไหลมาขังรวมบริเวณ ณ พรุแห่งนี้เหมือนเป็นทะเลสาบทัศนียภาพสวยงามน่าเยี่ยมชมเป็นอย่างยิ่ง                      

  1. วนอุทยานนางผมหอม

เป็นวนอุทยานที่ยังมีความสมบูรณ์ทั้งทรัพยากรป่าไม้   สัตว์ป่านานาชนิด  มีน้ำตกที่สวยงาม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักอนุรักษ์ในการที่จะศึกษารรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ วนอุทยาน ตั้งอยู่   หมู่ที่  6 ตำบลพิเทน  อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี

  1. น้ำตกพิเทน

          เป็นน้ำตกที่ตกลงมาจากเทือกเขาเพาะบอ  ในพื้นที่บ้านป่ามะพร้าว หมู่ที่ 3 ตำบลพิเทน จะมี 5 ชั้นมีน้ำตกเฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น มีนักท่องเที่ยวมาจากพื้นที่ในหมู่บ้าน ตำบลใกล้เคียงมาเที่ยวกันอย่างไม่ขาดสาย

(Visited 732 times, 1 visits today)