ประวัติความเป็นมา

      เมืองนครเตา หรือเมืองรัตนบุรี เดิมเป็นหมู่บ้าน ชื่อว่า “บ้านบุ่งหวาย หรือ บ้านหวาย”  เนื่องจากบริเวณนี้มีหวายมากจนชาวบ้านในแถบนั้น ได้นำหวายไปทำประโยชน์ในครัวเรือน คำว่า บุ่ง เป็นภาษาพื้นบ้านในครั้งนั้น หมายถึงที่มีน้ำซึมออกมาตลอดเวลาอยู่ทางทิศเหนือของเมืองในปัจจุบัน  ชาวบ้านได้ใช้ทำนา  เรามองเห็นเป็นทุ่งอันกว้างใหญ่ เขาเรียกว่า บุ่ง มีสัตว์หลายชนิดอาศัยอยู่  สัตว์มีมากในสมัยนั้นได้แก่ เต่า เดินไปไหนมาไหน จะมีแต่เต่าคลานไปหมด

ก่อนมีบ้านมีเมือง พื้นที่ของเมืองเต่าเป็นที่อยู่ของพวกขอมสมัยเรืองอำนาจ เพราะปรากฏหลักฐานต่างๆ เช่น ปราสาทหิน มีทั้วไปในอำเภอรัตนบุรี ปราสาทบ้านธาตุ ปราสาทบ้านสนม ปราสาทบ้านขุมดิน นอกจากนี้มีศิลาแลงจมอยู่ในที่หลายแห่ง เช่น ที่บ้านดงเปือย ตำบลแก, บ้านม่วงบุญมี ตำบลแก, บ้านกางเก่า ตำบลแก, บ้านโกส้ม ตำบลน้ำเขียว, บ้านคอนสวรรค์ ตำบลไผ่, ปราสาทเหล่านี้สันนิษฐานว่า คงจะมีอายุใกล้เคียงกับสมัยที่สร้างปราสาทหินพิมาย หรือ สร้างเขาพนมรุ้ง นครธม

ที่ขอมหายสาบสูญจากพื้นที่แห่งนี้ อาจจากเหตุผล 3 ประการ คือ

  • ประการแรก ภัยสงครามถูกชาติอื่นรุกรานล้ำเขตแดนตนก็ได้
  • ประการที่ 2 ภัยธรรมชาติเกิดฟ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล จึงอพยพไปหากินในที่อื่นที่อุดมสมบูรณ์กว่า
  • ประการที่ 3 เกิดจากโรคภัยไข้เจ็บ เพราะในสมัยโบราณ จะมีโรคหนึ่ง ชื่อว่า โรคห่า เกิดขึ้น ทำให้อพยพถิ่นไปอยู่ที่อื่น จึงเกิดการรกร้างว่างเปล่าเป็นเวลานาน

ต่อมาจึงมีพวกลาวที่มีภาษา อพยพมาอยู่แทนที่ พวกนี้เรียกว่า ลัวะ หรือ ละว้า พอมารวมกันเข้าจึงเรียกตนเองว่า ลาวเหนือ ลาวกลาง ลาวใต้ ส่วนอำเภอรัตนบุรี แขวงจังหวัดสุรินทร์นั้น มีอาณาเขต อุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ เป็นพวกลาวใต้ แขวงเมืองอัตบือ ได้อพยพมาตั้งถิ่นฐาน กล่าวเฉพาะในจังหวัดสุรินทร์ มีอยู่ 6 พวก คือ พวกที่มาตั้งทัพอยู่ที่บ้านด่าน กิ่งบ้านด่าน จังหวัดร้อยเอ็ด เรียกว่า ด่านจีเนีย ภายหลังลาวพวกนี้เรียกตนเองว่า ส่วย คำว่า ส่วย เป็นภาษาลาวเดิมว่า ส่อย ตรงกับภาษาไทยว่า ช่วย คือลาวพวกนี้จะช่วยเหลือในการรบเก่ง มีความชำนาญในการรบ ยิงหน้าไม้ ธนูเก่ง ลูกดอกที่ใช้เป็นอาวุธจะอาบยาพิษเรียกว่า หน่อง พวกนี้จะกระจัดกระจายเป็นพวกเป็นเหล่า

ก่อนพวกละว้าหรือลัวะจะเข้ามาครอบครองจังหวัดสุรินทร์ คืออำเภอรัตนบุรีในปัจจุบัน ปรากฏตามหนังสือหลายเล่มว่า แผ่นดินตอนนี้เรียกว่า แคว้นเจนละบกหรือแคว้นภูนัน คือเมื่อประมาณ 2,000 ปีขึ้นไปพวกเจนละบก ได้แก่ พวกเขมรกับพวกขอมปนกัน (ชาติผิวดำ) มีเจ้าเมืองปกครองชื่อ พระเจ้าจิตตะเสนเจนละบก จะมีเมืองหลวงอยู่แห่งใดนั้นไม่ปรากฏชัด จึงขอพูดรวมๆ ไว้ในเขตจังหวัดสุรินทร์เป็นแคว้นเจนละบก หรือ ภูนัน ตามความเข้าใจเป็นอัตตามสันนิษฐานว่าคงจะมีเมืองหลวงตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ เพราะมีหลักฐานที่จะสันนิษฐานได้คือ กำแพงเมืองอยู่ล้อมรอบเป็นเชิงเทิน อยู่จนทุกวันนี้

ภายหลังมีพวกลัวะ ละว้า หรือลาว เข้ายึด แคว้นเจนละบกก็ถูกทอดทิ้งให้เป็นป่าร้างอยู่เป็นเวลานาน ประมาณ 2,260 ปี จึงมีคนอีก 6 พวก เข้ามายึดครองจากอัตปือภาคใต้ของประเทศลาวเดี๋ยวนี้ เข้ามาทำมาหากิน

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ราชอาณาจักรไทยมีอาณาเขตกว้างขวางมาก ชาวไทยพื้นเมืองกลุ่มหนึ่งซึ่งเรียกตัวเองว่า ส่วย กวย หรือ กุย ที่อาศัยในเมืองอัตปือแสนแป (แสนแป) ในแคว้นจำปาศักดิ์ ซึ่งขณะนั้นเป็นแดนของราชอาณาจักรไทยโดยสมบูรณ์ (เพิ่งเสียให้แก่ฝรั่งเศส เมื่อปี พ.ศ. 2436 หรือ ร.ศ. 112) พวกเหล่านี้มีความรู้ความสามารถในการจับช้างมาเลี้ยงไว้เพื่อใช้งาน ตลอดทั้งการจับสัตว์ป่านานาชนิด ได้พากันอพยพข้ามลำน้ำโขงเข้ามาสู่ฝั่งขวา เมื่อ ปี พ.ศ. 2260 โดยแยกกันหลายพวกมีหัวหน้าควบคุมมาและมาตั้งหลักฐาน ดังนี้

  • พวกที่ 1 มาตั้งหลักฐานที่บ้านเมืองที (บ้านเมืองที ต.เมืองที จ.สุรินทร์) หัวหน้าชื่อเชียงปุม
  • พวกที่ 2 มาตั้งหลักฐานที่บ้านกุดหวาย บุ่งหวาย หรือเมืองเตา (อ.รัตนบุรี ในปัจจุบัน)

การแบ่งเขตการปกครอง

อำเภอรัตนบุรีแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 12 ตำบล 162 หมู่บ้าน

1.   รัตนบุรี   (Rattanaburi)   17 หมู่บ้าน       7.   ไผ่   (Phai)   14 หมู่บ้าน  
2.   ธาตุ   (That)   14 หมู่บ้าน       8.   เบิด   (Boet)   17 หมู่บ้าน  
3.   แก   (Kae)   15 หมู่บ้าน       9.   น้ำเขียว   (Nam Khiao)   13 หมู่บ้าน  
4.   ดอนแรด   (Don Raet)   16 หมู่บ้าน       10.   กุดขาคีม   (Kut Kha Khim)   11 หมู่บ้าน  
5.   หนองบัวทอง   (Nong Bua Thong)   9 หมู่บ้าน       11.   ยางสว่าง   (Yang Sawang)   11 หมู่บ้าน  
6.   หนองบัวบาน   (Nong Bua Ban)   15 หมู่บ้าน       12.   ทับใหญ่   (Thap Yai)   10 หมู่บ้าน  

รัตนบุรี เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดสุรินทร์ มีเจ้าเมืองคนแรกคือ พระศรีนครเตา (เชียงสีหรือตากะอาม) มีประวัติศาสตร์และประเพณียาวนานกว่า 200 ปี มีชนพื้นเมืองส่วนใหญ่เป็นชาวอีสาน โรงเรียนประจำอำเภอคือโรงเรียนรัตนบุรี

(Visited 2,242 times, 1 visits today)