สัมมาชีพชุมชน

ความเป็นมา

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) กำหนดให้การสร้างความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เป็น ๑ ใน ๑๐ ยุทธศาสตร์ ที่มุ่งลดปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ของกลุ่มคนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจสังคมที่แตกต่างกัน แก้ไขปัญหาความยากจน เพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการพื้นฐานทางสังคมของภาครัฐ รวมทั้งเพิ่มศักยภาพชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง เพื่อให้ชุมชนพึ่งพาตนเองและได้รับส่วนแบ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากขึ้น

นโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี) กำหนดให้การลดความเหลื่อมล้ำของสังคมและการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ เป็น ๑ ใน ๑๑ ด้าน ที่มุ่งแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับปากท้องของประชาชนในระดับล่างที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศโดยมีแผนงานที่สำคัญ คือ แผนงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งได้รับมอบให้กระทรวงมหาดไทยที่มีกรมการพัฒนาชุมชนเป็นหน่วยงานหลักบูรณาการไปสู่การปฏิบัติ และเพื่อให้การดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีเห็นผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วและมีความยั่งยืน กระทรวงมหาดไทยกำหนดโครงการ “ลดความเหลื่อมล้ำ แบ่งปันความสุข” เป็น ๑ ใน ๘ กลุ่มโครงการเน้นหนักที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษในเชิงผลสัมฤทธิ์ โดยโครงการดังกล่าวเน้นการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบ ความยากจนระดับครัวเรือน พัฒนาคุณภาพชีวิตและขยายโอกาสคนยากจนในการเข้าถึงทรัพยากรและการให้บริการของรัฐ

เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและนโยบายกระทรวงมหาดไทยข้างต้น กรมการพัฒนาชุมชนกำหนดให้การพัฒนาอาชีพครัวเรือน เป็น ๑ ใน ๓ ปัจจัยขับเคลื่อนวาระกรมการพัฒนาชุมชน ปี ๒๕๖๐ (CDD Agenda 2017) มุ่งผลให้ “เศรษฐกิจครัวเรือนมีความมั่นคง ประชาชนใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนอย่างมีความสุข” เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก คือ “รายได้” ทำให้ประชาชนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น มีความมั่นคงและยั่งยืน สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ด้วยการสร้างอาชีพผ่านกระบวนการ “สร้างสัมมาชีพชุมชน” ภายใต้แนวคิด “ชาวบ้านสอนชาวบ้าน” สอนอาชีพที่เขาต้องการอยากทำ ประกอบกับการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทาง

กระบวนการ “สร้างสัมมาชีพชุมชน” เริ่มต้นด้วยการพัฒนาทักษะการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับปราชญ์ชุมชนด้านอาชีพ จากนั้นปราชญ์ชุมชนกลับไปสร้างทีมและจัดการฝึกอบรมอาชีพให้กับครัวเรือนที่ต้องการฝึกอาชีพในหมู่บ้าน ติดตาม และสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครัวเรือนที่เข้ารับการฝึกอาชีพสามารถปฏิบัติอาชีพได้จริง จนพัฒนาเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับครัวเรือนได้อย่างมั่นคง

ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ กรมการพัฒนาชุมชนดำเนินโครงการสร้างสัมมาชีพชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือของประชารัฐ ในพื้้นที่ความรับผิดชอบของยุทธศาสตร์ที่ ๑ การส่งเสริมการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในภาคเกษตรและชนบท ๒๓,๕๘๙ หมู่บ้าน ประชาชนได้รับการพัฒนาอาชีพและมีรายได้ รวม ๔๗๑,๗๘๐ คน/ครัวเรือน และในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ กรมฯ ดำเนินโครงการดังกล่าวต่อเนื่อง ในพื้นที่ ๒๐,๑๔๐ หมู่บ้าน โดยเป็นหมู่บ้านในพื้นที่เป้าหมายเดิม ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ จำนวน ๑๖,๕๑๒ หมู่บ้าน และหมู่บ้านเป้าหมายใหม่ จำนวน ๓,๖๒๘ หมู่บ้าน ประชาชนได้รับการพัฒนาอาชีพและมีรายได้ รวม ๕๒๓,๖๔๐ คน/ครัวเรือน

นิยามศัพท์

สัมมาชีพ หมายถึง อาชีพที่ไม่เบียดเบียนตนเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม และมีรายได้มากกว่ารายจ่าย เป็นความพยายามที่จะปรับจากการทำมาหากินเป็นทำมาค้าขาย โดยไม่ได้เอากำไรสูงสุดเป็นตัวตั้งหรือเป้าหมายสุดท้าย และต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมทางสังคม คือ ความสุขของตนเองและคนทำงาน รวมถึงประโยชน์ของผู้บริโภคและผู้รับบริการเป็นหลัก

ปราชญ์ชุมชน หมายถึง ผู้ที่ประกอบสัมมาชีพจนมีความรู้ ความชำนาญในการประกอบอาชีพหรือมีความเชี่ยวชาญในอาชีพนั้นๆ ประสบความสำเร็จและมีความมั่นคงในอาชีพเป็นที่ยอมรับของคนในชุมชน พร้อมมีจิตอาสาที่จะถ่ายทอดและขยายผลไปสู่บุคคลอื่นๆ ในชุมชน

วิทยากรสัมมาชีพชุมชน หมายถึง ปราชญ์ชุมชนที่ผ่านการอบรม หลักสูตร “วิทยากรผู้นำสัมมาชีพ” จากศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน

ทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชน หมายถึง ปราชญ์ชุมชนด้านอาชีพที่อยู่ในหมู่บ้านเป้าหมายสัมมาชีพชุมชน หมู่บ้านละ ๕ คน ประกอบด้วย วิทยากรผู้นำสัมมาชีพ ๑ คน และปราชญ์ชุมชนด้านอาชีพที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ร่วมเป็นทีม อีกหมู่บ้านละ ๔ คน

หมู่บ้านเป้าหมายสัมมาชีพชุมชน ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ หมายถึง หมู่บ้านที่ไม่เคยได้รับงบประมาณตามยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๑ จำนวน ๑๔,๐๐๐ หมู่บ้าน โดยจะต้องเป็นหมู่บ้านที่มีการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) หรือหากพื้นที่เป้าหมายไม่เพียงพอให้พิจารณาดำเนินการใน “ชุมชน” (เขตเทศบาล) และที่มีการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) และในกรณีพื้นที่เป้าหมายเป็นหมู่บ้านที่เคยดำเนินโครงการที่มีลักษณะเดียวกันกับการสร้างทีมสัมมาชีพชุมชนของกรมฯ แต่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากแหล่งอื่น (นอกเหนือจากงบตามยุทธศาสตร์กรมฯ) สามารถดำเนินโครงการสร้างสัมมาชีพชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้แต่ “ต้องไม่ซ้ำครัวเรือนเป้าหมายที่เคยร่วมโครงการเดิม”

ครัวเรือนเป้าหมาย หมายถึง ครัวเรือนที่มีอยู่ในหมู่บ้านเป้าหมายสัมมาชีพชุมขน ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ หมู่บ้านละ ๒๐ ครัวเรือน ที่แสดงความประสงค์ต้องการเข้ารับการฝึกอาชีพตามแบบสำรวจความต้องการฝึกอาชีพของคนในชุมชน

ครัวเรือนสัมมาชีพชุมชน หมายถึง ครัวเรือนเป้าหมายที่ผ่านการอบรมฝึกปฏิบัติอาชีพโครงการสร้างสัมมาชีพชุมชนในระดับหมู่บ้าน

ครัวเรือนสัมมาชีพชุมชนตัวอย่าง หมายถึง “ครัวเรือนสัมมาชีพชุมชน” ที่ผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์ที่กำหนดในระดับจังหวัด หรือระดับภาค

ทีมสนับสนุนการขับเคลื่อนสัมมาชีพชุมชน หมายถึง ผู้นำชุมชน กลุ่ม องค์กร หรือเครือข่ายการพัฒนาชุมชนที่มีศักยภาพ ซึ่งอยู่ในพื้นที่เป้าหมายในการสร้างสัมมาชีพชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ และได้รับคำสั่งแต่งตั้งเป็นทีมสนับสนุนการขับเคลื่อนสัมมาชีพชุมชน โดยในแต่ละทีมอาจจะประกอบด้วย ปราชญ์ชุมชน ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน (ผู้นำ อช.) คณะกรรมการพัฒนาสตรี คณะกรรมการศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชน (ศอช.) คณะกรรมการเครือข่าย OTOP คณะกรรมการเครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต หรืออื่นๆ ตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่

กลุ่มอาชีพ หมายถึง กลุ่มที่จัดตั้งขึ้นใหม่ โดยเกิดขึ้นจากการรวมตัวของผู้แทนครัวเรือนสัมมาชีพชุมชน ซึ่งผ่านการฝึกปฏิบัติอาชีพตามกิจกรรมสร้างสัมมาชีพชุมชนในระดับหมู่บ้านและมีการประกอบอาชีพเดียวกันหรือประเภทอาชีพเดียวกัน ตั้งแต่ ๕ ครัวเรือนขึ้นไป มาร่วมกันดำเนินการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการประกอบอาชีพ

 

ที่มา : แนวทางการสร้างสัมมาชีพชุมชน ปี ๒๕๖๒

 

(Visited 28 times, 1 visits today)